
รหัสลับ“ตกใจ”เผาบรรลัยราชประสงค์
การเผาราชประสงค์มีการเตรียมการฝึกก่อการเป็นอย่างดี มีการใช้ “ทฤษฎีตกใจ”ที่มีการพูดบนเวที ซึ่งจากที่แกนนำบอกว่า ถ้าผุ้ชุมนุม กลัว หรือ ตกใจ ก็จะเผา หรือ ทำลาย ซึ่งทฤษฎีนี้มีการสอนในโรงเรียนการเมืองของ นปช.ด้วย
การเผาราชประสงค์มีการเตรียมการฝึกก่อการเป็นอย่างดี มีการใช้ “ทฤษฎีตกใจ”ที่มีการพูดบนเวที ซึ่งจากที่แกนนำบอกว่า ถ้าผุ้ชุมนุม กลัว หรือ ตกใจ ก็จะเผา หรือ ทำลาย ซึ่งทฤษฎีนี้มีการสอนในโรงเรียนการเมืองของ นปช.ด้วย
โดย...ทีมข่าวการเมือง
“เราพร้อมตกใจหรือยัง”!!คำพูดนี่เป็นรหัสลับที่แกนนำนปช.ใช้สื่อกับผู้ชุมนุมราชประสงค์และทั่วประเทศเป็นประจำ มีความหมายที่ซ่อนนัยยะลึกซึ้งจนนำมาสู่การตกใจที่ราชประสงค์แบบทะเลเพลิงวอดวายอย่างที่เห็น
ที่มาที่ไปมาจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ปลุกมวลชนที่เวทีราชประสงค์ว่า หากรัฐบาลจะเข้ามาสลาย หรือมีการใช้กำลัง เราก็สามารถแสดงอาการตกใจได้อย่างอิสระจนล่าสุด “ไก่อู” พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก นำคลิปมาณัฐวุฒิมาเปิดแฉ ให้ทูตต่างชาติได้ฟังกันเต็มรูหูว่าอะไรคือ “อาการตกใจ” ในหมายความของม็อบแดง
“อย่างที่ผมบอกคนเสื้อแดงขี้ตกใจหากยิงตูม คนเสื้อแดงจะวิ่งเข้าเกสร พารากอน วิ่งเข้าโรงแรมบางคนตกใจวิ่งหากระเป๋าแบรนด์เนม บางคนตกใจชอบวิ่งไปหาเครื่องประดับ ทอง เพชร บางคนตกใจชอบขับรถเข้าไปในห้าง บางคนตกใจจุดไฟเข้ามาก็มี”
การชี้แนะของแกนนำนปช.ถึง “อาการตกใจ” ไม่ใช่มีเพียงณัฐวุฒิดังคำพูดข้างบนเท่านั้น แกนนำรายอื่นยังขยายความ เพิ่มพรมแดนอาการตกใจหลายอย่าง เช่น นอกจากตกใจด้วยการสะดุ้งเผาแล้ว ก็อาจตกใจไป บุกบ้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. หรือ ถ้าเราตกใจมากๆ ก็ให้พวกเราไปบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ครั้งหนึ่งช่วงใกล้ม็อบแตกทัพปรากฎว่า ผู้ชุมนุมได้เกิดอาการตกใจอย่างแรง เพราะได้ยินเสียงยิงปืนดังระรัวหลายนัดหลังเวที จนนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกบนเวทีประกาศให้ผู้ชุมนุมรีบหมอบกับพื้น เพราะคิดว่าทหารจะเข้ามาสลายการชุมนุม ซึ่งขณะนั้นได้มีระเบิดควันลงหลังเวทีราชประสงค์พร้อมกับเสียงคล้ายปืนดังอีกหลายนัดในช่วงค่ำจริง ทำให้บรรดาแกนนำต้องหนีกระเจิง
การตกใจครั้งนั้น ทำให้ผู้ชุมนุมที่เป็น สามีภรรยาคู่หนึ่งที่ปักหลักหน้าห้างเกสรพลาซ่าได้ทุบประตูกระจกห้าหรูดังกล่าวและนำถังแก๊สหุงต้มเข้าไปวางข้างในเพื่อเตรียมวางเพลิง จนนายวรวุฒิ ต้องประกาศเตือนว่า “อย่าเพิ่งรีบตกใจ ไปเผาซะก่อนพี่น้อง เพราะอาจเป็นเสียงประทัดยักษ์ของพวกเราก็ได้ ยังไม่ถึงเวลาเผานะพี่น้อง” เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงเสมือนการซักซ้อมมาตรการตกใจได้เป็นอย่างดี
รหัสลับ “ตกใจ” นั่นก็คือ การเผาห้างรอบพื้นที่ชุมนุม แกนนำเคยส่งสัญญาณขู่หลายครั้งว่า หากมีการสลายชุมนุมเมื่อไรก็เอาห้างบริเวณรอบ ติดอยู่ในความรู้ลึกๆของผู้ชุมนุม จนมีการเขียนข้อความรอบพื้นที่ราชประสงค์ตามที่พักผู้ชุมนุมหลายจุด ไม่ว่าที่สยามพารากอน เกสรพลาซ่า หรือ หลายแห่งตามเต้นท์สุขา โคนเสา เช่นคำว่า
“ถ้าผมตกใจ ผมจองพารากอนนะครับ” ติดไว้บริเวณสยามพารากอน พร้อมป้ายข้อความข้างๆว่า “ให้มึงยุบสภาอย่างเดียว มึงอย่าทรนง ราชประสงค์จะลุกเป็นไฟใส่ใจเอย” หรือ ที่เต้นสุขาหน้าโรงพยาบาลตำรวจข้อความหราว่า “รอตกใจอยู่นะ” กระทั่งที่แทบไม่น่าเชื่อยังมีการใช้สีเมจิคเขียนใส่หลังสุนัขตัวหนึ่งที่นอนอยู่ในเต้นท์หน้าเซ็นทรัลเวริด์ว่า “รอตกใจ”
สุนัขตัวนี้เป็นตัวสุดท้ายที่ยังนอนรอเจ้าของอยู่ ผู้สื่อข่าวพบเห็นมันเมื่อสองวันก่อนในเต้นท์หน้าเซ็นทรัลเวิรด์ ก่อนที่ทหารและกทม.จะเข้ามาเคลียร์พื้นที่ เจ้าตูบตัวนี้ไม่ยอมไปไหน นอนตาละห้อย ไม่ตกใจแม้แต่เสียงระเบิด หรือควันไฟรอบเซ็นทรัลเวริด์ทำให้ผู้คน สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ที่เดินไปมาต่างสงสาร ต้องหาอาหารแห้งให้มันกิน
นี่จึงเป็นบทสรุป ที่ได้เห็น เพลิงที่ราชประสงค์ทั้งการเผาเซ็นทรัลเวิรด์ บิ๊กซีราชดำริ โรงภาพยนตร์สยาม และแม้หลายแห่งจะไม่ถูกเผา แต่ก็เห็นร่องรอยความพยายามในการเผา เช่น ที่ห้างเกสรพลาซ่า
พ.อ.สรรเสริญ บอกว่า การเผาราชประสงค์มีการเตรียมการฝึกก่อการเป็นอย่างดี มีการใช้ “ทฤษฎีตกใจ”ที่มีการพูดบนเวที ซึ่งจากที่แกนนำบอกว่า ถ้าผุ้ชุมนุม กลัว หรือ ตกใจ ก็จะเผา หรือ ทำลาย ซึ่งทฤษฎีนี้มีการสอนในโรงเรียนการเมืองของ นปช.ด้วย







