ส่องชีวิตยามค่ำคืนหลังประกาศ"เคอร์ฟิว"
ส่องชีวิตค่ำคืนของคนกรุงหลังประกาศเคอร์ฟิว แม้จะได้รับผลกระทบแต่ก็พร้อมปฏิบัติตาม
โดย...โพสต์ทูเดย์ออนไลน์
การประกาศเคอร์ฟิวของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ง่ายต่อการรักษาความสงบของบ้านเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำสั่ง "ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน"ครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตคนกรุงไม่น้อย โดยเฉพาะคนทำงานกลางคืน
ประกาศ!…เคอร์ฟิว
การประกาศเคอร์ฟิวจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 3/2557 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด ตั้งแต่ 22.00 - 05.00 น.
ส่งผลให้คนกรุงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันถ้วนหน้า
ภาคการคมนาคม ตั้งแต่สายการบิน มีการแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งยังให้บริการเลื่อนเที่ยวบินฟรี รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดิน และรถโดยสารประจำทางต่างปรับเปลี่ยนตารางการให้บริการใหม่ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ปิดเร็วขึ้น ร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมงอย่างเซเว่นอีเลฟเว่น แฟมิลี่มาร์ท ตลอดจนสถานบันเทิง ร้านรวงต่างๆ แม้กระทั่งปั๊มน้ำมัน ก็พากันปิดให้บริการตามประกาศด้วยเช่นกัน
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) ระบุว่าการประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านในยามวิกาล เพื่อให้ง่ายต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะที่ผ่านมาแม้จะใช้กฎหมายความมั่นคงระดับสูงสุดแล้ว ยังพบว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ ดังนั้นการจะทำให้บ้านเมืองเป็นปกติจึงเป็นไปได้ยาก หากไม่มีเคอร์ฟิว
"ขอให้ประชาชนอดทน เพราะการยกเลิกหรือปรับลดมาตรการต่างๆก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนด้วย"
ทั้งนี้ บุคคลที่ได้รับการยกเว้น ประกอบด้วยผู้ที่มีความจำเป็นต้องเข้า-ออกประเทศ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานตามห้วงเวลาหรือเป็นผลัด เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงแรม และสายการบิน ภาคการขนส่งเชื้อเพลิงและกิจการห้องเย็น ผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลและผู้ปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรม ผู้มีกิจธุระจำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ผ่านมาครบหนึ่งสัปดาห์ ล่าสุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แถลงประกาศฉบับที่ 42/2557 เรื่อง "แก้ไขห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน" โดยได้ประกาศแก้ไขห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน หรือ เคอร์ฟิว จากเดิมเวลา 22.00 น. ถึง 05.00 น. ได้ปรับเปลี่ยนเป็นเวลา 00.01 น. ถึง 04.00 น.แล้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.เป็นต้นไป
คืนที่กรุงเทพเงียบเหงา
ผู้สื่อข่าวโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ ได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์บรรยากาศกรุงเทพมหานคร ในช่วงเวลาก่อนและหลังประกาศเคอร์ฟิว โดยเฉพาะแหล่งตระเวนราตรีชื่อดัง
17.00-19.00 น. ช่วงเวลาเลิกงาน พบว่าการจราจรติดขัดอย่างหนักบนถนนแทบทุกสาย ทั้งบนทางด่วน บนถนนสายหลัก ถนนสายรอง สถานีวิทยุจส.100 หรือสวพ.FM91 ต่างรายงานเหตุการณ์สดด้วยการใช้คำว่า "เคลื่อนตัวได้ช้า" สลับ "หยุดนิ่งเป็นเวลานาน"บ่อยครั้ง
ขณะที่บนชานชาลารถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากอย่างสยาม อโศก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จตุจักร รวมถึงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสีลม วงเวียนใหญ่ และสุขุมวิทเนืองแน่นไปด้วยผู้คนต่อแถวยาวเหยียด เพื่อรีบกลับบ้านให้ทันเวลา
20.00-21.00 น. บนถนนการจราจรเริ่มคล่องตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะย่าน ราชดำเนิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ตั้งของหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง จึงถือเป็นพื้นที่ที่มีความมั่นคงสูงสุด เห็นได้ว่ามีทหารยืนรักษาการณ์อยู่ตลอด
เมื่อสังเกตการณ์ที่ เยาวราช พบว่าช่วงหัวค่ำยังคงมีประชาชนทั้งไทย-เทศเดินหาเที่ยวกันอย่างหนาตา ร้านอาหารริมถนนมีลูกค้านั่งเต็มเกือบทุกโต๊ะ บางร้านที่ไม่ได้ขายอาหาร เช่น ร้านขายเสื้อผ้า ขายของที่ระลึก ต่างปิดให้บริการชั่วคราว พ่อค้าแม่ค้าหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่มีการประกาศเคอร์ฟิว ได้ปรับขยายเวลาขายให้เร็วขึ้น เริ่มตั้งแต่ 17.00 น. - 22.00 น. แต่หลังจากมีการปรับเวลาเคอร์ฟิวรอบใหม่ คงขยายเวลาขึ้นไปถึง 0.00 น.
ถนนพระอาทิตย์ ร้านรวงที่เคยแออัดด้วยลูกค้า แลดูว่างโหรงเหรง กว่า 15 ร้านสถานบันเทิงตลอดทั้งสาย มีเพียงพนักงานเสิร์ฟนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ โดยมีลูกค้าไม่เกิน 3-5 โต๊ะ
23.00 ถนนข้าวสาร อันถือได้ว่าเป็นแหล่งตระเวนราตรีชื่อดังของเมืองกรุง ชาวต่างชาติชาวไทยที่เคยเดินกันขวักไขว่กันตลอดทั้งคืน วันนี้กลับมีแต่แผงขายของที่ระลึก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และอาหาร ผับบาร์สองข้างทางมีชาวต่างชาติไม่กี่คนนั่งหงอยเหงา ท่ามกลางเสียงเพลงที่เปิดเบาๆไม่อึกทึกเหมือนช่วงเวลาปกติ ที่น่าสังเกตคือไม่ค่อยพบนักท่องเที่ยวชาวไทยเลย
"ข่าวรัฐประหารที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก และการยกระดับประกาศเตือนเดินทางเข้าไทยของสถานทูตหลายประเทศ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติขอยกเลิกจองห้องพักล่วงหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่ายอดนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงอีกร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงโลว์ซีซั่นปีก่อน โดยเหลือเพียง 5-6 พันคนต่อวัน จาก 1 หมื่นคนต่อวัน ในปีที่แล้ว แต่เชื่อมั่นว่าเมื่อปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะดีขึ้น" เป็นคำกล่าวของ สง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร
0.00 น. กลับมาที่เยาวราช เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สัมพันธวงศ์ที่กำกับดูแลพื้นที่เยาวราช ขับรถกระบะตราโล่เปิดไฟฉุกเฉินไปตามถนน พร้อมกวดขันขอความร่วมมือให้พ่อค้าแม่ค้าเร่งเก็บข้าวของปิดร้าน ภัตตาคารอาหารจีนหลายแห่งปิดป้ายไฟขนาดใหญ่หน้าร้าน ในที่สุดถนนทั้งเส้นก็ร้างไร้นักท่องเที่ยว
ปากคลองตลาด แหล่งขายดอกไม้ชื่อดังยังวุ่นวาย คนแน่นเช่นเคยตลอดทั้งคืน สีลม ซอยธนิยะ แทบจะไม่มีนักท่องราตรี หลายร้านปิดให้บริการ มีเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดต่อเนื่อง ทว่างดให้ลูกค้าสั่งออเดอร์ รอเช็คบิล เพื่อปิดร้าน รัชดาภิเษก สุทธิสาร พระรามเก้า มีแต่ป้ายไฟระยิบระยับ ถนนแทบจะว่างเปล่า ถ้าไม่นับแท็กซี่มิเตอร์ที่จอดรอผู้โดยสารอย่างสิ้นหวัง
01.00 น.รถรายังคงวิ่งบางตาบนท้องถนน มีการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายจุด ขณะที่ทหารยืนประจำการณ์ตามแยกและสถานที่สำคัญต่างๆ
กรุงเทพมหานครเงียบเหงาที่สุดในรอบหลายปี ราตรีสวัสดิ์
หลากหลายอารมณ์คนทำงานกลางคืน
ผู้ที่ได้รับผลกระทบในการประกาศเคอร์ฟิวมากที่สุด หนีไม่พ้น "คนทำงานกลางคืน" ตั้งแต่ผู้ประกอบการสถานบันเทิง นักดนตรีประจำบาร์ โชเฟอร์แท็กซี่ พ่อแม่ค้าขายอาหาร จนนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย ทุกคนล้วนมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป
"ตั้งแต่เคอร์ฟิว ผู้โดยสารหดหายไปเยอะ ถนนข้าวสารคนมาเที่ยวน้อยมาก แถมปิดเร็วขึ้น จากที่แต่ก่อนเปิดถึงตี2ตี3 เดี๋ยวนี้เที่ยงคืนก็กลับบ้านได้แล้ว หลายอู่มีรถเหลือให้เช่าเต็มเลย เพราะบางคนหนีกลับต่างจังหวัด ส่วนตัวผมเองเสียค่าเช่าวันละ 320 บาท ภาวะปกติวิ่งตั้่งแต่เช้าถึงตีสองได้วันละ 700-1000 บาท ทุกวันนี้ได้ไม่ถึง 500 บาทด้วยซ้ำ" สมบูรณ์ คนขับรถสามล้อ
"สาเหตุที่คนไม่มาเที่ยวกัน เพราะว่าปัญหาใหญ่คือเรื่องการเดินทางมากกว่า คนกังวลว่าจะมายังไงจะกลับยังไง กลัวเจอจับช่วงเคอร์ฟิว"เพชรรัตน์ เจ้าของร้านเหล้าย่านถนนพระอาทิตย์
"ยอมรับว่ารายได้ลดลงไปเยอะ แต่ไม่มีปัญหาค่ะ ก็พร้อมปฏิบัติตามที่เขาประกาศมา เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงยกเลิก นี่ก็ติดตามข่าวอยู่ตลอด" เจ็เพ็ญ แม่ค้าขายก๋วยจั๊บย่านเยาวราช
"ผมมาเที่ยวเมืองไทยครั้งแรก รู้จากเพื่อนว่าถนนข้าวสารเป็นไนท์ไลฟ์เจ๋งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จองเกสต์เฮาส์ไว้อาทิตย์นึง แต่พอมาเจอคนน้อย บรรยากาศเงียบเหงาแบบนี้ ผิดหวังนะ ไม่มีสีสันเลย ตั้งใจจะเปลี่ยนแผนไปเที่ยวทะเลทางใต้ดีกว่า" มาริโอ กอตติ นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี
"ผมเป็นคนนอนดึก ชอบทำงานตอนกลางคืน ปกติหิวๆก็จะลงไปซื้ออาหารตามสั่ง ไม่ก็เซเว่นอีเลฟเว่น นี่ปิดหมดเลย ไม่มีอะไรกิน เดี๋ยวนี้เลยต้องซื้อตุนไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น" อนุชิต ฟรีแลนซ์
"ลูกน้องเดือดร้อนกันหมด เพราะเขาต้องพึ่งเงินทิปก่อนที่เงินเดือนจะออก เอาเงินกลางคืนนั้นมาให้ลูกเป็นค่าขนมไปโรงเรียนในตอนเช้า ตัวดิฉันเองก็เจ๊ง เพราะยังต้องจ่ายค่าเช่าที่แพงมาก โดยไม่มีการลดหย่อนใดๆทั้งสิ้น อย่าลืมว่าการประกาศเคอร์ฟิว คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนทำงานกลางคืนนะคะ" มยุรี ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ซอยธนิยะ สีลม
"ปัญหาที่เจอตอนนี้คือหลัง 22.00 เป็นต้นไปแทบจะมีไม่มีคนเรียกเลย ผมตระเวนวิ่งไปอาร์ซีเอ รัชดา สุทธิสาร นักเที่ยวน้อยมาก แต่รถแท็กซี่ยังวิ่งเยอะเท่าเดิม กลายเป็นว่าต้องแย่งผู้โดยสารกันอีก " รัตนชัย โชเฟอร์แท็กซี่
"ปกติผมมีรายได้คืนละ 3 พันบาทไม่รวมทิป จากการเล่นดนตรีให้ 2 ร้าน ตอนนี้โดนแคนเซิลหมดเลย ถือซะว่าพักร้อนแล้วกัน แต่นานไปก็ไม่ดีแน่ๆ" ภูษิต นักดนตรีประจำผับ
ที่ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ถูกกักตัวฐานฝ่าฝืนการประกาศเคอร์ฟิวจากทางเจ้าหน้าที่ทหารแต่อย่างใด ประกอบกับล่าสุดที่ได้มีการประกาศแก้ไขช่วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน หรือ เคอร์ฟิว จากเดิมเวลา 22.00 น. ถึง 05.00 น. เป็นเวลา 00.01 น. ถึง 04.00 น. โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.
เชื่อว่าประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบอาชีพยามค่ำคืน รวมถึงนักท่องเที่ยว คงจะใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกผ่อนคลายขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย


