
พะเยาโมเดลเมืองแห่งความสมานฉันท์
ในบรรยากาศที่บ้านเมืองต้องเอาจริงจังกับการแก้ไขปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมือง ทหารต้องมีบทบาทสูงในการเข้ามาร่วมแก้ปัญหา
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
พลันที่ทหารได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศมีคำสั่งให้แต่ละจังหวัดดำเนินการแจ้งผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนถึงนักการเมืองระดับชาติของจังหวัดนั้นๆ เข้ารายงานตัวต่อ ผบ.จทบ.อย่างต่อเนื่อง ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
ภายหลังทหารประกาศยึดอำนาจ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ประกาศให้กลุ่มบุคคลข้างต้นให้มารายงานตัวกับคสช.ได้เพิ่มความเข้มข้นขึ้นอีก นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่นบางคน แกนนำภาคประชาชนทั้งแดง เหลือง สภาประชาชนและกลุ่มต่างๆที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเมืองระวังตัวเป็นพัลวัน ถูกขึ้นบัญชีติดต่อจากฝ่ายทหารให้ไปรายงานตัวทุกวัน บ้างก็กลัวว่าเข้าไปรายงานตัวแล้วอาจจะไม่ได้กลับบ้าน เพราะสถานการณ์ที่คับขัน ขณะที่บางส่วนทั้งอดีตแกนนำแกนนำปัจจุบัน ยืดอกเดินทางเข้าไปรายงานตัวต่อทางทหาร
บรรยากาศเสียงหัวเราะมาตามสายโทรศัพท์ผ่านบุคคลซึ่งเป็นแกนนำที่ได้ติดต่อในระหว่างพักผ่อนอยู่ในค่ายทหารแห่งหนึ่งที่จังหวัดพะเยา เพราะทางฝ่ายทหารบอกเสมอว่า "เราไม่ได้เรียกว่าการรายงานตัว แต่เป็นการติดต่อประสานงานกลุ่มเป้าหมายขอความร่วมมือ เพื่อขอเชิญมาดื่มกาแฟและหารือถึงแนวทางการวางตัวของทุกฝ่าย ซึ่งจุดหมายคือความสงบสุขของบ้านเมือง" เมื่อการรายงานตัวเป็นเสมือนการพบปะหารือกันระหว่างพลเรือนกับฝ่ายทหาร บรรยากาศจึงดูอบอุ่น เป็นมิตร ไม่กดดัน แบบ "พะเยาโมเดล" ซึ่งไม่ขึงขังเหมือนในหลายพื้นที่ตามที่เป็นข่าว ทุกฝ่ายมีรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร
การดูแลกลุ่มเป้าหมายที่มารายงานตัวต่อ จทบ.พะเยา แล้ว บ้างที่กลับไปก็ใช้ชีวิตตามปกติ ทำมาหากิน แต่ยุติการเคลื่อนไหวหรือแสดงบทบาททางการเมืองตามที่ได้ถูกร้องขอความร่วมมือ ขณะที่ในกลุ่มที่จะต้องมีโปรโมชั่น เพราะต้องอยู่ร่วมกัน ในลักษณะ "รวมกันเราอยู่" นาน 1 คืน บ้าง 5 คืนบ้าง นอนค้าง 1 คืน ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่นอนค้างนานถึง 4-5 คืน พบว่าเขาเหล่านี้เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ทั้ง ๆ เป็นกลุ่มที่มีความแตกต่างทางความคิดด้านการเมือง ซึ่งบางครั้งเหมือนจะสุดขั้วก็ไม่ปาน
"ผมมานอนค้างในค่ายได้ 4 วันแล้ว ตอนนี้ย่างเข้าวันที่ 5" แกนนำภาคประชาชนด้านการเมือง(เสื้อหลือง) คนหนึ่งบอกเล่าให้ฟังพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างไม่ปิดบัง "ตอนอยู่ในนั้นนะ ผมได้เพื่อนใหม่เยอะเลย ตั้งแต่ระดับ อดีตสส.ของพรรคเพื่อไทย(พท.) แกนนำกลุ่มเสื้อแดงพะเยา กลุ่มสภาประชาชน เสื้อเหลือง ทุกคนที่ได้รู้จักกันแม้นว่าก่อนหน้านั้นจะเห็นแต่ละคนผ่านมาในบทบาทของแกนนำภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมืองมากมาย จนไม่มีโอกาสได้คุย หรือ แลกเปลี่ยนความคิดกันเลย อาจจะเพราะว่าพวกเราทำกิจกรรมต่างกลุ่ม ต่างสีเสื้อ ต่างแนวความคิด พอสีแดงทำ สีเหลืองก็เลี่ยงหรือหยุดพัก
แต่มาวันนี้ได้มีโอกาสพักผ่อนในบ้านหลังเดียวกัน กินข้าวมื้อเดียวกัน อาหารเหมือนกัน คุยกันสนุกสนานเฮฮาในเรื่องเดียวกัน ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ความสนิทสนมกันระหว่างกลุ่มแกนนำภาคประชาชน ที่บางคนสังกัดกลุ่มการเมืองในพื้นที่ก็ตาม มา ณ เวลานี้พวกเราสนิทกันมาก
เจ้าหน้าที่ทหารก็น่ารักมาก อันนี้ไม่ได้ชมหรือยอนะ แต่ทหารที่พะเยาน่ารักและเป็นมิตรจริงๆ ทำให้เราสัมผัสได้ว่าทหารไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย (ย้ำนะ!!)"
ความในใจที่บ่งบอกได้ว่าแสนมีความสุขมากมายถูกส่งผ่านออกมาผสมกับเสียงหัวเราะเป็นระยะ ๆ บอกได้ว่าพวกเขามีความสุขจริง ๆ
"เห็นบางคนที่เข้ามาพักแล้วไม่สบาย เริ่มมีอาการป่วยเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ทหารก็นำหน่วยแพทย์มาให้บริการตรวจสุขภาพถึงที่กันเลย ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมือนการยึดอำนาจเลย(จริง ๆ).... เมื่อพวกเราคุยกันและรู้จักกันมากขึ้น ทั้งกลุ่มที่ถูกเชิญตัวมาดื่มกาแฟและพักแรมด้วยกัน บางคนเป็นนักการเมืองต่างจังหวัด แต่เคยเป็นนักการเมืองในพะเยามาก่อนก็มาอยู่รวมกัน เจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้พวกเราสัมผัสได้แท้จริงว่า เพราะที่นี่คือ บุคลิกของความเป็น"พะเยา" ทุกคนแม้นจะแตกต่างทางความคิด ต่างพื้นที่ ทำกิจกรรมการเมืองกันอย่างเข้มข้น แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่พวกเราต้องอยู่ร่วมกัน เราก็คือ "คนพะเยา" ผมสบายใจที่ได้มาอยู่ที่พะเยา เพราะทำให้ผมได้อยู่ในที่น่าอยู่จริง ๆ"แกนนำเสื้อเหลืองรายหนึ่ง กล่าว
ขณะที่แกนนำเสื้อแดงบางคนที่ได้รับการเชิญไปรายงานตัวแล้วกลับออกมา ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า "ผมว่าสำหรับจังหวัดพะเยาแล้ว ผมอยู่ที่ไหนก็ได้ ตอนแรกผมก็กลัวว่าถ้าไปรายงานตัวแล้วอาจจะถูกกักตัวก็ได้ เพราะการยึดอำนาจคือสิ่งที่พวกเราไม่น้อยต่อต้าน...แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาที่เข้าไปรายงานตัวจริง ๆ กลับไม่ได้เป็นอย่างที่กังวลแม้แต่น้อย
ทุกคนที่มารายงานตัวก่อนหน้านั้น ต่างให้การต้อนรับ เจ้าหน้าที่ทหารให้เกียรติมาก ต้อนรับอย่างดี พี่น้องแกนนำหลายคนรวมถึงนักการเมืองระดับชาติที่มารายงานตัวก่อนหน้านั้น ก็ยังแซวกันเล่น ๆ ว่า ทำไม?ไม่นำเสื้อผ้ามานอนค้างด้วยกัน แม้แต่แกนนำที่ต่างความคิดอย่างกลุ่มเสื้อเหลือง ก็ออกมาต้อนรับอย่างดีอกดีใจ ชวนให้ไปนอนค้างด้วยกัน เพราะดีใจที่จะได้มีเพื่อนเพิ่มขึ้น
เมื่อรายงานตัวแล้วกลับออกมาพักผ่อนที่บ้าน ผมถึงรู้ว่า ทำไมพะเยาไม่ขัดแย้ง ไม่วุ่นวาย แม้นว่าการเมืองภาคประชาชนจะเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่ผ่านมาอย่างเด่นชัด แต่เพราะคนพะเยาหรือคนที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินพะเยา มีความเห็นอกเห็นใจกันและกัน เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเพื่อนร่วมโลก รวมถึงทหารที่เป็นลูกหลานของคนพะเยา ที่สำคัญคนพะเยารักกัน และอยู่อย่างสงบไม่รังแกกัน สมกับเป็น "พะเยาเมืองน่าอยู่" เป็นแบบอย่าง"พะเยาโมเดล" ได้อย่างดี
แต่สำหรับคนที่คิดว่าจังหวัดพะเยาไม่น่าอยู่ หรือคิดไม่ออกว่าพะเยาน่าอยู่อย่างไรนั้น ผมว่าคน ๆ นั้น ทบทวนตัวเองได้แล้วนะ(ครับ!!!)"
ค่ายทหารที่จังหวัดพะเยา วันนี้ แม้นจะคราคร่ำไปด้วยลูกหลานทหารที่หาญกล้า เปี่ยมไปด้วยระเบียบและวินัยที่เข้มแข็ง แต่ทว่า ในบรรยากาศที่บ้านเมืองต้องเอาจริงจังกับการแก้ไขปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมือง ทหารต้องมีบทบาทสูงในการเข้ามาร่วมจัดการแก้ปัญหา ทหารที่พะเยา แม้นจะต้องทำหน้าที่ดูแลผู้ที่ถูกเชิญมาร่วมดื่มกาแฟ(รายงานตัว) ความสามารถด้านหนึ่งยังคงสร้างบรรยากาศที่อบอวลไป
ด้วยมิตรภาพที่อบอุ่น เป็นกันเอง เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ต้องสร้างก็สัมผัสได้....เพราะ...ทหารไม่น่ากลัวอย่างที่คิด...ที่สำคัญ "เราคือคนไทย"....







