
21 วิธีคิดที่ทำให้คนรวย...แตกต่าง (ตอนที่ 2)
เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่อง “21 วิธีคิดที่ทำให้คนรวย...แตกต่าง” ไปแล้ว 3 วิธี วิธีการเหล่านี้อาจช่วยให้คุณผู้อ่านสามารถเปลี่ยนวิธีคิด หรือสร้างวิธีคิดใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ในบทนี้ผมจะขอคุยให้คุณผู้อ่านเข้าใจเพิ่มขึ้นอีก 3 วิธี ดังนี้
เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่อง “21 วิธีคิดที่ทำให้คนรวย...แตกต่าง” ไปแล้ว 3 วิธี วิธีการเหล่านี้อาจช่วยให้คุณผู้อ่านสามารถเปลี่ยนวิธีคิด หรือสร้างวิธีคิดใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ในบทนี้ผมจะขอคุยให้คุณผู้อ่านเข้าใจเพิ่มขึ้นอีก 3 วิธี ดังนี้
4) คนทั่วไปคิดว่า “การศึกษาเท่านั้น...ที่จะทำให้รวยได้” แต่คนรวยคิดว่า “ประสบการณ์ต่างหาก...ที่จะทำให้รวยได้”
คุณผู้อ่านรู้จักคนที่ชื่อว่า บิล เกตส์ (Bill Gates) ไหมครับ? คุณผู้อ่านหลายท่านคงร้องออกมาเบาๆ ว่า...อ๋อ ใช่แล้วครับ...บิล เกตส์ คือ หนึ่งในมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก เจ้าของอาณาจักรเครือบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกที่มีชื่อว่า...ไมโครซอฟท์ (Microsoft)
บิล เกตส์ เป็นคนที่เรียนหนังสือเก่งมาก ในปี 2516 เขาทำคะแนน SAT ซึ่งเป็นการสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้สูงถึง 1,590 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,600 คะแนน จึงทำให้เขาสามารถสมัครเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกได้
ก่อนที่เกตส์จะเข้าฮาร์วาร์ดนั้น เขามีประสบการณ์ทางคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่อายุ 13 ปี เขาสามารถหารายได้จากความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุให้ตอนช่วงที่เกตส์เรียนอยู่ปีที่ 2 ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนั้น เขาได้ใช้ประสบการณ์ของเขาหาเงินได้จากความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก และต่อมาเขาก็ทำเงินได้อย่างมหาศาลจากธุรกิจนี้ ซึ่งในที่สุดก็ทำให้เขาเลิกเรียนหนังสือที่ฮาร์วาร์ดไป จนถึงทุกวันนี้...เกตส์ก็ยังไม่ได้สำเร็จปริญญาตรีเลย
5) คนทั่วไปมักจะคิดถึง...วันเก่าๆ ส่วนคนรวยคิดถึงแต่...อนาคต
สตีฟ จ็อบส์ เป็นชื่อที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี สำหรับคุณผู้อ่านบางท่านที่ไม่คุ้นเคย เราอาจต้องกล่าวถึง “ไอโฟน (iPhone)” โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายทำลายสถิติโลกครั้งแล้วครั้งเล่า ไอโฟนและผลิตภัณฑ์ของบริษัท แอปเปิ้ล อีกหลายตัว ได้แสดงถึงตำนานแห่งนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ของจ็อบส์ ซึ่งแทบจะไม่มีใครในโลกจะมีความยิ่งใหญ่เทียบเทียมกับเขาได้เลย
จ็อบส์...เป็นเด็กกำพร้า เขาเติบโตมาได้ด้วยการเลี้ยงดูของครอบครัวบุญธรรมตระกูลจ็อบส์ จ็อบส์มักจะมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียนตั้งแต่เด็กจนโต เขามักจะทิ้งการเรียนในวิชานั้นๆ ทันที...ถ้าเขาคิดว่ามันไม่ใช่ “ตัวเขา” โดยเขาไม่เคยสนใจกับอดีตเลย ความคิดของจ็อบส์จะมุ่งตรงไปยัง “อนาคต” เท่านั้น
ในปี 2519 จ็อบส์ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล... Apple I และ Apple II ซึ่งขายดีถล่มทลายไปทั่วโลก ในปี 2521 จ็อบส์ได้ดึง จอห์น สกัลลีย์ (John Sculley) ซึ่งเป็น CEO ของเป๊ปซี่ มาเป็น CEO ของแอปเปิ้ล ด้วยประโยคอมตะที่ว่า “คุณจะใช้เวลาที่เหลือของชีวิตกับการขายน้ำอัดลม หรือคุณอยากได้โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้”
ในปี 2540 จ็อบส์ได้กลับมาเป็นผู้บริหารในแอปเปิ้ลอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้หัวสมองของจ็อบส์มุ่งคิดถึงแต่นวัตกรรมในอนาคตเท่านั้น เริ่มต้นด้วยการนำไอพอด (iPod) ออกมาจำหน่ายและมียอดขายถล่มทลาย ตามมาด้วยการเปิดไอทูนส์ สโตร์ (iTunes Store) ที่เป็นแหล่งขายเพลงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตามมาด้วยไอโฟน ไอแพด และอีกหลายๆ ผลิตภัณฑ์ และได้ทำให้บริษัทแอปเปิ้ลได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว แม้ว่าจ็อบส์...จะจากไป...อย่างไม่มีวันหวนกลับมาแล้วก็ตาม
6) คนทั่วไปจะจัดการกับปัญหาเรื่องเงินด้วย...อารมณ์ แต่คนรวยจะจัดการกับปัญหาเรื่องเงินด้วย...สมอง
ปัญหาเรื่องเงินน่าจะเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของคนจน สิ่งที่คนจนมักจะต้องเผชิญอย่างหลีกหนีไม่พ้นก็คือ บิลค่าใช้จ่ายสารพัดที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นปัญหาดังกล่าวจะยิ่งรุนแรงทวีคูณขึ้นไปอีกเมื่อ...มีการผิดนัดชำระหนี้เกิดขึ้น แล้วก่อให้เกิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้เกิดปัญหารุมเร้ากระหน่ำซ้ำเติมเข้าไปที่ใจคนยากจนแทบจะทุกลมหายใจ
สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ คนจนมักจะไม่คิดที่จะจัดการกับปัญหาโดยตรง คนจนมักจะเลือกที่จะจัดการปัญหาด้วยอารมณ์ เช่น การบ่น การด่า การต่อว่า และการแสดงการโต้ตอบต่างๆ ในทางลบกับปัญหา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นๆ
ในขณะที่คนรวยใช้ “สมอง” ในการจัดการกับปัญหาเรื่องเงินด้วยหลากหลายวิธี เช่น การลดค่าใช้จ่ายหรือการลดหนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (Downsize) การจัดการเคลียร์หนี้ทีละก้อน การรวบรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียว การเจรจาต่อรองหนี้กับเจ้าหนี้ การวางแผนการผ่อนชำระ และอีกหลากหลายวิธีที่จะจัดการกับปัญหาเรื่องเงิน ขอเพียงแต่คุณผู้อ่านเริ่มต้นด้วย “สมอง” ทุกปัญหาเรื่องเงินก็สามารถจัดการได้
เราได้คุยกันไปแล้วถึงวิธีคิดที่ทำให้คนรวย...แตกต่างไปกันแล้ว 6 วิธี คุณผู้อ่านสังเกตบ้างไหมครับว่า... คนรวยมักจะมีวิธีคิดที่เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง ไม่เหมือนใคร...และไม่มีใครเหมือน คุณผู้อ่านล่ะครับ...เริ่มเปลี่ยนวิธีคิดบ้างแล้วหรือยัง?
เริ่มเปลี่ยนวิธีคิด...เสียแต่วันนี้ พรุ่งนี้...อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตก็เป็นได้







