posttoday
ถก 7 กระทรวงกลุ่มสังคมจ่อทบทวน"แท็บเล็ต"

ถก 7 กระทรวงกลุ่มสังคมจ่อทบทวน"แท็บเล็ต"

28 พฤษภาคม 2557

ที่ประชุมปลัดกระทรวงและผู้บริหารระดับสูง 7 กระทรวง ภายใต้การดูแลของ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ย้ำถึงแนวทางการผลักดันโครงการเร่งด่วนที่ยังค้างอยู่ให้ทันตามกรอบงบประมาณปี 2557

ที่ประชุมปลัดกระทรวงและผู้บริหารระดับสูง 7 กระทรวง ภายใต้การดูแลของ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ย้ำถึงแนวทางการผลักดันโครงการเร่งด่วนที่ยังค้างอยู่ให้ทันตามกรอบงบประมาณปี 2557

“ยอมรับว่าบางโครงการมีความจำเป็นต้องทบทวน เช่น โครงการแท็บเล็ตของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะนำไปทบทวนว่าจะเดินหน้าต่อหรือจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไรบ้าง” รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุชัด

สำหรับ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มี 3 เรื่องใหญ่ที่ต้องพิจารณา ได้แก่ 1.การจัดซื้อแท็บเล็ต ซึ่ง คสช.ให้ ศธ.ทำเรื่องขอความเห็นขึ้นมาเพื่อพิจารณาถึงความจำเป็นใหม่ ส่วนโซน 4 ที่ยังอยู่ระหว่างจัดซื้อค้างอยู่ (ชั้นมัธยม 1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อย่าเพิ่งทำสัญญา แต่ให้ทำเรื่องขอความเห็นมาด้วยเช่นกัน 2.การของบประมาณวงเงิน 300 บาท สำหรับสร้างอาคารเรียนในพื้นที่ถูกแผ่นดินไหว จ.เชียงราย นั้นได้รับการอนุมัติทันที 3.เสนอของบประมาณจัดสรรกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นเงิน 3,610 ล้านบาท เพื่อปล่อยให้แก่ผู้กู้รายใหม่ 2.04 แสนราย

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ การดำเนินงานให้ คสช.รับทราบ ได้แก่ 1.จัดระบบบริการสุขภาพ โดยประชาชนต้องเข้าถึงบริการและต้องทำงานรุกใน 5 กลุ่มอายุ ได้แก่ เด็ก เด็กวัยเรียน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ 2.จัดเขตบริการสุขภาพ เพื่อให้เกิดการจัดสรรและใช้ทรัพยากรร่วมกันของหน่วยบริการภายในเขตนำไปสู่ความเท่าเทียม

3.ขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ คือการบรรจุลูกจ้างชั่วคราวเป็นข้าราชการ ซึ่ง สธ.ยังค้างการบรรจุอีก 2 ปี ซึ่งเดิมทียังติดอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่จากนี้สามารถดำเนินการได้เลย

4.การเตรียมออกนอกสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่ง สธ.มีแนวทางศึกษาอยู่แล้ว แต่จะต้องศึกษาประสบการณ์การออกนอก ก.พ.ของหน่วยงานอื่นด้วย

ขณะที่ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สรุป 3 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน 1.การของบประมาณเพื่อซ่อมแซมบูรณะโบราณสถาน แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและหอสมุดแห่งชาติที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย ประมาณ 30 ล้านบาท

2.การเสนอแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม 3.ยุทธศาสตร์การสร้างความสุขให้แก่สังคมไทยประกอบด้วยการขับเคลื่อนวัฒนธรรมประชาธิปไตย การสร้างคุณธรรมจริยธรรม และแนวทางการสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง

ในส่วนของกรมศาสนา เสนอ 2 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การผลักดันให้มีคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ปี 2550 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากมีกรรมการหมดวาระไปนานแล้ว 2.ขอจัดตั้งองค์การมหาชนเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักจุฬาราชมนตรี และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ขอให้ คสช.สนับสนุนพิเศษใน 2 ประเด็นใหญ่ๆ ได้แก่ 1.ปัญหากลุ่มทุนบุกรุกพื้นที่ป่าในภาพรวมทั่วประเทศ ซึ่งข้าราชการไปจับกุมแต่สู้ไม่ได้ 2.ปัญหาการลักลอบตัดไม้ ที่สำคัญคือไม้พะยูงและไม้สักในพื้นที่ป่าสาละวิน โดยอยากให้ คสช.สนับสนุนกำลังทหารในการปฏิบัติงานเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าร่วมด้วย โดยทั้ง 7 กระทรวง ได้รับมอบหมายให้ทำแผนงานสร้างความสงบสุขในสังคม เพื่อให้คนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท