
ยรรยง-นิวัฒน์ธำรงโดนสอย
สั่งไต่สวนจำนำข้าวเสียหายยุค2รมต.ปปช..สอบพยานเพิ่มเอาผิดทำเสียหาย
สั่งไต่สวนจำนำข้าวเสียหายยุค2รมต.ปปช..สอบพยานเพิ่มเอาผิดทำเสียหาย
ป.ป.ช.ขยายผลสอบจำนำข้าว ยุคนิวัฒน์ธำรงยรรยง เล็งสอบบัญชีทรัพย์อดีต ครม.ทุกคน
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ในดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในประเด็นเรื่องที่เสียหายในช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบของ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และนายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ โดยให้ไต่สวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง 4 ราย ได้แก่ 1.นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน 2.นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง 3.นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และ 4.ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือผู้แทน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังเห็นควรให้ขยายผลด้วยการตรวจสอบรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าว และคณะรัฐมนตรีทุกคนตามอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ต่อไป
สาเหตุที่ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนพยานบุคคลเพิ่ม เนื่องจากเมื่อพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงตามรายงานข่าวของสื่อมวลชน กรณีผลการประชุมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง ปรากฏว่าคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมี นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ตรวจสอบผลการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีกว่า (2554/2555, 2555/2556, 2556/2557) พบว่ามีผลขาดทุนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว หรือขาดทุนกว่า 5 แสนล้านบาท
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้ตรวจกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการฯ ดำเนินการต่อไป ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ ยังไม่ได้มีการประชุมบัญชี ที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ปิดบัญชีไว้ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2556 ของรอบการผลิตข้าวปี 2556 มีผลขาดทุน 3.3 แสนล้านบาท ทำให้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวจะจำนวนเท่าไร"การขาดทุนจำนำข้าวต้องเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.3 แสนล้านบาท เพราะล่าสุด แต่การปิดบัญชีรอบการผลิต 2556/2557 และรอบนาปี 2557 ด้วย ส่วนจะขาดทุนถึง 5 แสนล้านบาท ยังตอบไม่ได้
สำหรับข้าวสารที่หายไปประมาณ 3 ล้านตัน องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
นายกุลิศ กล่าวว่า ตั้งแต่ได้รับมอบให้เป็นอนุกรรมการปิดบัญชี ยังไม่เคยประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพียงแต่ให้คณะทำงานปิดบัญชีที่มีผู้แทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ไปรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ โดยมีการตั้งผู้แทนจากกรมบัญชีกลางที่มีคววามเชี่ยวด้านบัญชีภาครัฐ และผู้แทนจากกรมสรรพากร ที่มีความเชี่ยวชาญด้านบัญชีเอกชน เข้าไปอยู่ในคณะทำงานดังกล่าว เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น







