
พท.ขู่ยิ่งปราบยิ่งต้านหนัก ไม่หวั่นถูกยุบหนุนก่อการร้าย
พรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหวที่ประชาธิปัตย์จะยื่นยุบพรรค ฐานหนุนก่อการร้าย ชี้รัฐบาลทำพลาดกวาดล้างม็อบ เชื่อต่อไปปัญหาจะแรงขึ้น
นายสงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อยากจะทำอะไรก็เชิญเลย ไม่ต้องพูดมาก อยากจะยุบก็ยื่นเรื่องไป ก็ไปสู้กันในศาล และอยากให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โฆษกต่างๆ ของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์พูดเยอะ เพราะยิ่งพูดคนยิ่งเจ็บใจ
“
สิ่งที่รัฐบาลทำในการใช้กำลังเข้าปราบปรามนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเคียดแค้น ทำอย่างนี้สถานการณ์มีแต่จะแรงขึ้น และถ้าการเผาสถานที่ต่างๆ ยุติลง สถานการณ์จะยิ่งน่ากลัวขึ้น เพราะการต่อสู้จะปรับเปลี่ยนไป” นายสงวน กล่าวนายสงวน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนชุมนุมโดยเปิดเผย เรียกร้องให้ยุบสภาแล้วมาเริ่มกันใหม่ แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมรับ และกล่าวหาผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย และใช้ทหารเข้าฆ่า ตรงนี้ต้องบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำสำเร็จแล้ว ที่ได้เอาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มาไว้ที่กรุงเทพฯ เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเจ้าหน้าที่จะอยู่แบบไม่ปลอดภัย เพราะเจ้าหน้าที่จะอยู่ในที่เปิดเผย แต่ประชาชนจะเข้าไปอยู่ที่มองไม่เห็น ซึ่งไม่รู้ว่าจะทำอะไร
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า วันนี้อยากให้ทุกฝ่ายหันมาปรองดองกัน และพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยต่อการกระทำที่รุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น และเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไป เพื่อทำให้ประเทศชาติกลับสู่ภาวะปกติ และอยากวิงวอนไปยังรัฐบาลว่า อย่ากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีกลุ่มตรงข้ามกับตัวเอง
ทั้งนี้ เห็นได้จากการเปิดคลิป นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำเสื้อแดงพูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เผาเมืองนั้น เป็นการกล่าวหาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง คลิปที่เอามาเปิดเป็นคลิปเก่าที่นายณัฐวุฒิพูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เขาสอยดาว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่ม นปช.ไปเปิดเวที และก็เป็นการพูดเพื่อสร้างสีสันในการปราศรัยเท่านั้น
สำหรับที่ ศอฉ.จะตรวจค้นพรรคเพื่อไทยนั้น อยากจะถามไปยังรัฐบาลและ ศอฉ.ว่า หากจะทำการตรวจพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านโดยถูกต้องตามกฎหมาย พรรคเพื่อไทยยึดมั่นตามตัวบทกฎหมาย ถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ใช้กองทัพหรือกฎหมายเป็นเครื่องมือในการกำจัดคู่แข่งทางการเมือง ในการใส่ร้ายประเทศไทยจะยังมีการปกครองโดยประชาธิปไตยอยู่หรือไม่
พรรคเพื่อไทยไม่มีการซ่องสุมกำลังหรืออาวุธใดๆ ทั้งสิ้น และพร้อมให้เข้าตรวจสอบหากเจ้าหน้าที่มีหมายศาลเข้าตรวจค้น และสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำการขึ้นบัญชีดำนักการเมือง หรือนักธุรกิจนั้น รัฐบาลกำลังลุแก่อำนาจ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
” นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้บาดแผลของสังคมไทยนั้นร้าวลึกมากขึ้น ยากต่อการเยียวยา อยากฝากไปถึงรัฐบาลให้เร่งปรองดอง การกดดันประชาชน การจับกุม กล่าวหา ใส่ร้าย ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย บาดแผลของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เพียงพอหรือสภาพของสังคมไทยไม่ได้เลวร้ายน้อยไปกว่าชายแดนภาคใต้ อยากฝากไปถึงรัฐบาลให้ยุติการกระทำตอนนี้ทั้งปวง และเริ่มการปรองดองเสียใหม่ หากสถานการณ์เลวร้ายเกินเยียวยา รัฐบาลต้องรับผิดชอบ







