
ปฏิรูปจำนำข้าว
คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะในการสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลค้างหนี้ให้กับชาวนากว่า 8 หมื่นล้านบาท ให้หมดภายใน 20 วัน ถือเป็นเรื่องที่ดีในการแก้ปัญหานโยบายประชานิยมที่นักการเมืองได้สร้างปัญหาให้กับประเทศอย่างหนัก
คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะในการสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลค้างหนี้ให้กับชาวนากว่า 8 หมื่นล้านบาท ให้หมดภายใน 20 วัน ถือเป็นเรื่องที่ดีในการแก้ปัญหานโยบายประชานิยมที่นักการเมืองได้สร้างปัญหาให้กับประเทศอย่างหนัก
นอกจากนี้ ยังเป็นการเข้าไปยุติปัญหาหนี้สินที่เริ่มพอกพูนเป็นหางหมูในหมู่เกษตรกรชาวนากว่า 8.8 แสนครอบครัว เพราะขาดเงินสด จนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่างวดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทีวี ตู้เย็น กลายเป็นวิกฤตของหนี้ครัวเรือนให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วให้มีทางออก
แต่นั่นอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของปัญหาที่นักการเมืองใช้นโยบายประชานิยมผ่านโครงการรับจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาด จนทำให้ความเป็นผู้นำการส่งออกข้าวในตลาดโลกต้องพังทลายลงมาให้เห็นคาตาประชาชนทั้งประเทศ
คสช.ควรใช้โอกาสของวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ปฏิรูปโครงการรับจำนำข้าวทั้งระบบ เพื่อสร้างหลักประกันและความยั่งยืนให้กับเกษตรกรชาวนา
เวลานี้เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดที่ คสช.จะสามารถระดมผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมารวมพลังกันแก้ปัญหาให้กับชาวนาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
เนื่องจากทุกคนในประเทศต่างรับรู้ผลของความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างหนักจากการจำนำในราคาที่สูงกว่าตลาด ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากการที่รัฐบาลต้องแบกสต๊อกข้าวจำนวนมาก แต่ไม่สามารถขายข้าวออกไปสู่ท้องตลาดได้ ปัญหาราคาข้าวของไทยที่ตกต่ำลงมาอย่างหนักจนเกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้ ปัญหาการขาดทุนของรัฐบาลที่มากมายมหาศาลกว่า 34 แสนล้านบาท ในเวลาเพียงแค่ 23 ฤดูกาลผลิต
แม้แต่เกษตรกรชาวนาไทยที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการปฏิรูปโครงการรับจำนำข้าวโดยตรง ก็รับรู้ได้ถึงพิษภัยจากการใช้นโยบายทางการเมืองที่มุ่งหวังผลเพียงแค่คะแนนเสียงจากประชาชนชั่วครู่ชั่วยามนั้น กระทบกับตัวพวกเขารุนแรงแค่ไหน
วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว หาก คสช.ดึงเอาทุกภาคส่วนมาร่วมกันปฏิรูปนโยบายการดูแลผลผลิตทางการเกษตรของไทยให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ทั้งด้านคุณภาพผลผลิตและการสร้างระบบกลไกราคาพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเป็นธรรมในทุกขั้นตอน







