
ต่างชาติขนทุนหนีไทย เบนเข็มไปซบเพื่อนบ้าน
โพสต์ทูเดย์
— ผีซ้ำด้ำพลอยเศรษฐกิจไทย นักลงทุนเผ่นหนีมิคสัญญีการเมือง ไม่วายทุนไหลออกไม่ไว้ใจแนวโน้มวิกฤตการเงินยุโรปผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนจากวิกฤตการณ์การเมืองในไทยเริ่มส่งผลเห็นได้ชัด นักลงทุนต่างชาติขวัญผวาแห่ถอนลงทุนเพียบ ล่าสุด นานเดอร์ จี ฟอน เดอ ลูเฮ ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย (JF CCT) เปิดเผยว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมองไทยในด้านลบอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังหวาดวิตกว่าจะมีการก่อวินาศกรรมโดยขบวนการใต้ดินต่อไปอีกหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลต้องควบคุมสถานการณ์โดยเร็วที่สุด หากสถานการณ์ยืดเยื้อนักลงทุนจะไม่เข้ามาลงทุนในไทยอีกต่อไป
ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทยยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้บางบริษัทกำลังถอนการลงทุนจากไทยไปยังประเทศอื่นแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นจะต้องเอ่ยถึงการลงทุนใหม่ในไทย หรือการเดินสายออกโรดโชว์เพื่อแสดงความเชื่อมั่น เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา
ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะวอลสตรีต เจอร์นัล รายงานว่า Tuv Sud บริษัทที่ปรึกษาด้านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งมีฐานการปฏิบัติงานทั่วเอเชีย จำเป็นต้องระงับการซื้อกิจการธุรกิจด้านพลังงานของไทย หลังจากที่เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงและรัฐบาล
“
เนื่องจากความไร้เสถียรภาพเราจึงจำต้องระงับแผนไว้ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วเราคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะกลับมาดีดังเดิม แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลง” อิชาน พาลิต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ Tuv Sud กล่าว พร้อมเผยว่า บรรดาผู้บริหารธุรกิจชาวเยอรมันต่างกระตือรือร้นที่จะเข้ามาลงทุนในเอเชีย แต่ขณะนี้การลงทุนจำจะต้องผันเข้าสู่มาเลเซียและอินโดนีเซียแทนที่ไทยด้าน เชน โอลิเวอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านการลงทุนของบริษัท เอเอ็มพี แคปปิตอล อินเวสเตอร์ส ในออสเตรเลีย แสดงความเห็นว่า ปัญหาที่ไทยกำลังเผชิญอยู่ลงลึกถึงระดับรากฐานมากกว่าวิกฤตการณ์ที่ผ่านมา และยังผลให้การตัดสินใจที่จะเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานด้านการลงทุนเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งขึ้น
“
ผมสามารถเสาะหาประเทศอื่นๆ ที่มีความน่าดึงดูดใจมากกว่า โดยไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์การเมือง” โอลิเวอร์ กล่าว โดยยกตัวอย่างตลาดทางเลือกแทนที่ไทยอย่างเกาหลีใต้ หรือไต้หวันขณะที่ เดวิด ซิมิสเตอร์ ประธานบริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส กล่าวว่า ความต้องการพื้นที่สำหรับประกอบธุรกิจและการประกอบอุตสาหกรรมในไทยสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ปรับลดลงนับตั้งแต่การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2548 และขณะนี้สถานการณ์มาถึงจุดที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยประสบมา
“
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดกันมาก่อน และระดับความตึงเครียดรุนแรงขึ้นทุกขณะ” ซิมิสเตอร์ กล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้ย้ายที่ทำการจากย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ไปยังย่านชานเมืองแล้วสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ซึ่งดำเนินธุรกิจเหมืองทองที่ใหญ่ที่สุดในไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ยังผลให้เกิดความล่าช้าในการอนุมัติการลงทุนเพิ่มเติมของบริษัทเป็นมูลค่าถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,200 ล้านบาท) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางบริษัทคาดว่ารัฐบาลจะอนุมัติสัมปทานภายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้
ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สกุลเงินต่างๆ ในเอเชียต่างอ่อนค่าลงกันถ้วนหน้า เนื่องจากกระแสทุนไหลออกจากยุโรป เนื่องจากหวั่นเกรงว่าวิกฤตหนี้สินของกรีซและอีกหลายประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) จะบานปลาย จนยังผลให้สกุลเงินหลักๆ ในเอเชียได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะค่าเงินบาท ซึ่งอ่อนค่าลงอย่างฮวบฮาบอยู่แล้วจากวิกฤตการเมืองภายในไทย
โยชิฮิโร นาคาตานิ นักวิเคราะห์จาก บริษัท อาซาฮี ไลฟ์ แอสเสท เมเนจเมนต์ กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ความเสี่ยงทางการ เมืองในไทยยังอยู่ในระดับที่สูงมาก และยังไม่ใช่เวลาที่นักลงทุนจะซื้อขายหลักทรัพย์ ของไทย
“
จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงอย่างชัดเจน เราจึงจะมองเห็นการชะลอตัวของแรงกดดันต่อหลักทรัพย์ของไทย” นาคาตานิ กล่าว






