posttoday
นักวิเคราะห์ฟันธง ไทยแลนด์ ไม่เหมือน เทียนอันเหมิน

นักวิเคราะห์ฟันธง ไทยแลนด์ ไม่เหมือน เทียนอันเหมิน

22 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ – นักวิเคราะห์ฟันธง ไทยสลายการชุมนุมไม่คล้ายกรณีเทียนอันเหมิน ยันไทยยังเป็นประเทศประชาธิปไตย ขณะเอเอฟพีวิเคราะห์สหรัฐเสี่ยงสูญเสียอิทธิพลในไทย

เอพี รายงานอ้างความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ที่ยืนยันว่า การสลายการชุมนุมในไทยไม่เหมือนกับกรณีเหตุนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในจีนเมื่อปี 1989 จากความต่างทั้งบริบทและรูปแบบ

นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้การสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในเมืองหลวงจะเป็นปฏิบัติการโดยทหาร ซึ่งคล้ายคลึงกับการปราบปรามนองเลือดผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ทว่าไทยก็ยังคงเป็นประเทศประชาธิปไตย แม้จะกำลังอยู่ในห้วงแห่งปัญหาและเคยผ่านการรัฐประหารมาหลายครั้งก็ตาม ซึ่งตรงกันข้ามกับจีนที่เป็นรัฐบาลคอมมิวนิสต์มาโดยตลอด

“เหตุการณ์ที่เทียนอันเหมินในปี 1989 เป็นเรื่องขาวดำ ที่สามารถแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน เป็นการเผชิญหน้าของคน 2 ฝ่าย ระหว่างกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ กับประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย กรณีเทียนอันเหมินประชาชนเป็นผู้ไม่มีสิทธิ แต่กรณีของไทย สิทธิได้ถูกช่วงชิงไป ถูกเปลี่ยนแปลง และถูกหน่วงเหนี่ยวเอาไว้” นายฐิตินันท์ กล่าว

ด้าน หลี่ต้าถง อดีตบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์จีนฉบับหนึ่ง กล่าวว่า ทางการจีนยอมให้สื่อรายงานวิกฤตการณ์ในไทยครั้งนี้ได้ เพราะมองว่าเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างกันมากจากกรณีเทียนอันเหมินเมื่อ 20 ปีก่อน และไม่ได้นำไปสู่ความเสี่ยงใดๆ ต่อจีน

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า สหรัฐซึ่งเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นและยาวนานของไทย อาจต้องเผชิญกับภารกิจที่ละเอียดอ่อนในการพยายามส่งเสริมความปรองดองในไทย โดยที่ไม่ทำให้อิทธิพลของตนเองต้องลดลงไปด้วย โดยสหรัฐต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการดำเนินความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะกับรัฐบาล หรือกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงก็ตาม

โจชัว เคอร์แลนต์ซิค จากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ซีเอฟอาร์) กล่าวว่า การดำเนินความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับรัฐบาล อาจนำไปสู่กระแสต่อต้านจากกลุ่มคนเสื้อแดง ที่อาจปลุกระดมต่อต้านในวิธีเดียวกับประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ ของเวเนซูเอลา

เคอร์แลนต์ซิค กล่าวว่า ในครั้งนี้สหรัฐได้วิจารณ์กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงอย่างชัดเจนมากกว่าเมื่อครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ถูกรัฐประหารเมื่อปี 2549 ซึ่งสหรัฐควรต้องระมัดระวังการดำเนินนโยบายให้มากขึ้น

ด้าน บ็อบ ไดเอตซ์ ผู้ประสานงานโครงการภาคพื้นเอเชียของคณะกรรมการคุ้มครองผู้สื่อข่าวสากล (ซีพีเจ) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีที่ ฟาบิโอ โปเลนกี ผู้สื่อข่าวชาวอิตาเลียน เสียชีวิตจากการรายงานข่าวเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของ ฮิโร มูราโมโตะ ช่างภาพของรอยเตอร์ส เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วย

แถลงการณ์ของซีพีเจยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับประกันความปลอดภัยในการทำงานของผู้สื่อข่าวภายในพื้นที่สู้รบ หลังจากที่มีนักข่าวเสียชีวิตไปแล้ว 2 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 6 คน โดยที่ผ่านมานั้นทั้งรัฐบาลไทยและกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงต่างก็ไม่ได้มีมาตรการใดๆ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของนักข่าวแต่อย่างใด

“การทำข่าวเหตุจลาจลทางสังคมในไทยมักเป็นภารกิจที่เสี่ยงอันตราย ทว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาไม่มีฝ่ายใดเลยที่เสนอทางออกให้นักข่าวได้ปฏิบัติหน้าที่โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกฆ่าหรือได้รับบาดเจ็บ” ผู้ประสานงานของซีพีเจ กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากบรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชน ในการพุ่งเป้าโจมตีบรรดาสื่อมวลชน ทั้งการคุกคามนักข่าวภาคสนาม รวมถึงการบุกเผาอาคารมาลีนนท์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และการบุกอาคารหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และบางกอกโพสต์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท