
ส่องคมช.สะท้อนคสช.
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศโรดแมปการเมืองใดๆ ที่ชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งประเด็นการตั้งนายกรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อเลือกตั้งใหม่เมื่อใด มีเพียงร่องรอยบางอย่างในการตอบคำถามสื่อมวลชนเท่านั้น
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศโรดแมปการเมืองใดๆ ที่ชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งประเด็นการตั้งนายกรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อเลือกตั้งใหม่เมื่อใด มีเพียงร่องรอยบางอย่างในการตอบคำถามสื่อมวลชนเท่านั้น
“มันอยู่ในแผนการอยู่แล้วนะ ใจเย็น จะมี มันต้องมี ยังไงมันต้องมี มีนายกฯ คนเดียว มันไม่มีคณะรัฐมนตรี มันจะเป็นไปได้ไหมล่ะ มันก็ต้องมีมั้ง ย้อนกลับไปดูเก่าๆ เขาทำยังไง มันต้องมีแนวทางอยู่บ้างแล้วล่ะ บางอย่างก็มีอาจจะคล้ายคลึง บางอย่างอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดความถูกต้องชอบธรรม ส่วนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมีขึ้นก็ต่อเมื่อเหตุการณ์ยุติ เพราะผมไม่มีกำหนด แต่ก็ต้องดูสถานการณ์โดยเร็วที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างแถลงข่าวหลังมีพิธีโปรดเกล้าฯ เป็นหัวหน้า คสช.
หากเทียบเคียงขั้นตอนกับการบริหารประเทศในช่วงการรัฐประหารปี 2549 อาจทำให้เห็นภาพการบริหารประเทศ
การรัฐประหารในครั้งนั้น คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549
จากนั้น วันที่ 29 ก.ย. 2549 คปค.แปลงสภาพตัวเอง ด้วยการแต่งตั้งขุนทหารใน คปค. เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
12 วัน หลังรัฐประหาร คมช.ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พร้อมทั้งตั้งรัฐบาลชั่วคราว โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 ต.ค. 2549
หลังจากนั้นอีก 10 วัน คือวันที่ 11 ต.ค. 2549 จึงได้มีการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 242 คน ทำหน้าที่แทนรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ขณะที่ขั้นตอนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น เริ่มขึ้นด้วยการตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการสรรหาสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ (กดส.) ในวันที่ 19 ต.ค. 2549
คณะกรรมการ กดส.นี้ มีหน้าที่สรรหาบุคคลเข้าไปทำหน้าที่เป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ จากนั้นสมัชชาแห่งชาติจะคัดเลือกกันเองให้เลือก 200 คน แล้วเสนอชื่อให้ คมช.คัดเลือกอีกครั้งให้เหลือ 100 คน เพื่อไปทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
วันที่ 30 พ.ย. 2549 กดส.จัดทำรายชื่อสมาชิกสมัชชาแห่งชาติเสร็จ จำนวน 1,982 คน
จากนั้น สมัชชาแห่งชาติใช้เวลาประชุม 2 วัน คือ วันที่ 1718 ธ.ค. 2549 คัดเลือกกันเองได้ 200 คน แล้วเสนอชื่อให้ คมช.พิจารณา
วันที่ 27 ธ.ค. 2549 คมช.คัดเลือกรายชื่อ ส.ส.ร. จำนวน 100 คนเสร็จ ถัดจากนั้นจึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส.ส.ร. เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2550
ใช้เวลา 112 วัน ถัดจากวันรัฐประหาร กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น โดย ส.ส.ร.ประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2550
ส.ส.ร.ใช้เวลาอีก 180 วัน ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก จัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นในวันที่ 6 ก.ค. 2550
31 ก.ค. 2550 เผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อทำประชามติ และลงมติในวันที่ 19 ส.ค. 2550 ผลการลงมติมีผู้เห็นชอบ 14.7 ล้านคน ไม่เห็นชอบ 10.7 ล้านคน
นับเป็นเวลา 340 วัน ถัดจากวันรัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จึงประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2550
หลังจากประกาศรัฐธรรมนูญ 2550 แล้ว การเลือกตั้งครั้งแรกจึงเกิดขึ้นในวันที่ 23 ธ.ค. 2550
รวมระยะเวลา 461 วัน หรือ 1 ปี 3 เดือน หลังจากรัฐประหาร ประเทศจึงมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง
ว่ากันว่า ปฏิวัติรอบนี้จะนานกว่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ วางแผนจะอยู่ยาวอย่างน้อยปีครึ่งเป็นอย่างต่ำ เพื่อหวังแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จ







