
ลั่นฟื้น เซน แลนด์มาร์กช็อปปิ้ง
หลังจากเพลิงไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์สงบลง นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) ผู้บริหารธุรกิจค้าปลีกเครือเซ็นทรัล ได้ส่งสาส์นถึงเพื่อนพนักงาน โดยใจความสำคัญเน้นย้ำว่า คณะผู้บริหารยืนยันว่าห้างสรรพสินค้าเซนจะกลับมาใหม่อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง และบริษัทจะทำให้ห้างสรรพ สินค้าเซนเป็นแลนด์มาร์กบนถนนสายช็อปปิ้งของกรุงเทพฯและสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และความภาคภูมิใจให้กับคณะผู้บริหาร เพื่อนพนักงานทุกคน
“
ขอให้เพื่อนพนักงานร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มความสามารถ เพื่อผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ให้ได้”ทั้งนี้ จากความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นและได้ลุกลามเป็นการก่อวินาศกรรมในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเซนภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายให้แก่ห้างสรรพสินค้าเซนทั้งหมด (ไม่รวมอาคารสำนักงานเซนเวิลด์)
ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พนักงานทุกท่าน และทุกฝ่ายในพื้นที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังภายในห้างสรรพสินค้าเซน ได้ดำเนินการป้องกันอย่างสุดความสามารถ แต่กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ใช้อาวุธหนักเข้าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานในพื้นที่ รวมถึง เจ้าหน้าที่ของทางราชการอีกด้วยนายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) กล่าวว่า คณะผู้บริหารและพนักงานทุกคนยืนยันว่าจะทำให้เซ็นทรัลเวิลด์กลับมาอย่างภาคภูมิโดยเร็ว โดยในเวลาที่เกิดเหตุ พนักงานทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยไม่มีผู้ใดเสียชีวิต ในแง่ความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ยังคงต้องรอการประเมินจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทประกันภัยอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เนื่องจากมีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ซีพีเอ็นได้ทำประกันภัยครอบคลุมทุกประเภทไว้แล้ว ในส่วนของมาตรการในการช่วยเหลือร้านค้า ซีพีเอ็นจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สำหรับพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบางส่วนจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ บริษัทจะเร่งดำเนินการให้เปิดให้บริการโดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ซึ่งต้องได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานราชการก่อน ซึ่งจะมีการประเมินตัวเลขและระยะเวลาในการปรับปรุงซ่อมแซมศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อมีความชัดเจน
ด้านนายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นในส่วนของพลาซาของศูนย์การค้าเซ็นทรัลไม่น่ากระทบโครงสร้างหลัก แต่กระทบส่วนโรงหนังเล็กน้อย สำหรับโรงแรมเซ็นทาราไม่กระทบ คาดใช้เวลาปรับปรุงไม่เกิน 6 เดือน โดยจะนำเงินที่ได้จากประกันภัยมาปรับปรุง ซึ่งมีวงเงินประมาณ 1.65 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องรอกรมการประกันภัยตีความว่าจะได้รับเงินทั้งหมดหรือไม่
นายโยธิน ธรรมจำรัส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ในส่วนของพนักงานบริษัทกว่า 1,100 รายนั้น บริษัทไม่มีนโยบายปลดพนักงานแต่อย่างใด โดยยังคงจ้างทำงานตามปกติ ซึ่งจะกระจายไปยังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในสาขาอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ แม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์จะประสบชะตากรรมจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง จนนำไปสู่ความสูญเสียนับหมื่นล้านบาท แต่ ทริสเรทติ้ง ยังคงอันดับเครดิตของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ไว้ระดับ
“A+” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่”นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง กล่าวว่า อันดับเครดิตของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จะยังไม่ได้รับผลกระทบในทันทีจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทมีศูนย์การค้ารวมทั้งสิ้นถึง 15 แห่ง อีกทั้งบริษัทยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากกลุ่มเซ็นทรัล อีกทั้งศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานอื่นๆ ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญๆ ยังคงสร้างรายได้ที่น่าพอใจแก่บริษัทถึง 7,0008,000 ล้านบาทต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่สภาพคล่องของบริษัทก็ยังคงแข็งแกร่งเพียงพอ
สำหรับวันที่ 22 พ.ค.นี้ ศูนย์การค้าของซีพีเอ็นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และศูนย์การค้าใน จ.เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น และชลบุรี จะเปิดให้บริการในเวลาปกติ และปิดให้บริการในเวลา 19.00 น. ยกเว้นสาขาพัทยา จะเปิดให้บริการในเวลา 11.00 น. และปิดให้บริการในเวลา 20.00 น.
ขณะที่ความคืบหน้าของผู้ประกอบการย่านราชประสงค์นั้น นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กล่าวว่า จำเป็นต้องปรับมาตรการฟื้นฟูบางส่วนใหม่หลังจากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แต่ในเบื้องต้นจะนำมาตรการเดิมบางส่วนมาปรับใช้ อาทิ การปรับปรุงภูมิทัศน์ และแผนการตลาด หลังจากได้รับคืนพื้นที่ 23 วัน จากนั้นจะรวบรวมความเสียหายอีกครั้ง พร้อมเข้าสู่แคมเปญร่วมกับภาครัฐได้
นายรัฐพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วันกำลังประสานกับตัวแทนประกันภัย ในการตรวจสอบความเสียหายและการจ่ายสินไหมทดแทน ว่าจะครอบคลุมความเสียหายในส่วนใดบ้าง โดยเบื้องต้นประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากร้านค้าภายในส่วนของศูนย์การค้าประมาณ 300 ร้านค้า และคาดว่าจะมีพนักงานตกงานไม่ต่ำกว่า 1,000 คน
ด้านความเสียหายของศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น เบื้องต้นเสียหายไม่ถึง 10% เนื่องจากไม่มีการบุกหรือวางเพลิงภายใน แต่ต้องรอให้ทางภาครัฐส่งคืนพื้นที่ก่อน จากนั้นคาดว่าจะใช้เวลา 24 ชั่วโมงในการตรวจสอบปรับปรุงและแจ้งผู้เช่าเพื่อเข้ามาเปิดกิจการต่อไป
ด้านนายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.เป็นต้นมา บริษัทได้รับผลกระทบบางส่วนในสาขาสุขุมวิท และสาขาถนนรัชดาภิเษก แต่โดยภาพรวมแล้วยังคงมียอดขายที่เติบโตดี เนื่องจากโรบินสันมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ และไม่มีสาขาใดอยู่ในเขตพื้นที่ชุมนุมโดยตรง ลูกค้ายังคงเข้าใช้บริการตามปกติ
ทั้งนี้ เห็นได้จากผลประกอบการในไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่าแต่ละสาขามียอดขายอยู่ในระดับที่ดี รวมถึงสาขาที่เปิดใหม่ที่ชลบุรีและขอนแก่น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปลายปีก่อน ส่งผลให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีนที่ผ่านมามีบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักกว่าปีก่อน อีกทั้งบริษัทได้เสริมสร้างบรรยากาศโดยนำเสนอสินค้าที่ครบครัน และเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ๆ เข้ามาวางจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมการตลาดที่เน้นรูปแบบไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติง ควบคู่กับ
“มาร์เก็ตติง แคมเปญ” เพื่อกระตุ้นยอดขาย และตอบรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ต้องการสินค้าและบริการที่คุ้มค่าต่อเม็ดเงิน จึงทำให้ใน 3 เดือนแรก โรบินสันมียอดขายรวม 3,550 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 17.4% มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 312 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนสำหรับไตรมาส 2 นี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนงานหลักของปีนี้เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากไตรมาสแรก ด้วยการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง
ในด้านการลงทุน ยังคงลงทุนต่อเนื่องจากปีก่อนด้วยการปรับโฉมใหม่สาขาหาดใหญ่ และสาขาราชบุรี ให้ทันสมัยเพิ่มขึ้นและพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 2 นี้ ขณะที่สาขารัตนาธิเบศร์ และสาขาจันทบุรี ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้มีความโดดเด่น และสะท้อนภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของโรบินสัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลังนี้ สำหรับแผนระยะยาวในด้านการลงทุนขยายสาขา โรบินสันยังคงเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวในประเทศที่มีแผนเดินหน้ารุกขยายสาขาครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง







