ทบ.ยันยังประกาศเคอร์ฟิวเวลาเดิม4ทุ่มถึงตีห้า
รองโฆษกกองทัพบกแถลงยืนยันไม่มีการเปลี่ยนเวลาประกาศเคอร์ฟิว ย้ำยังใช้เวลาเดิม 22.00-05.00น. เร่งเอาผิดกลุ่มปล่อยข่าวลือ-บิดเบือนผ่านโซเชียลมีเดีย
รองโฆษกกองทัพบกแถลงยืนยันไม่มีการเปลี่ยนเวลาประกาศเคอร์ฟิว ย้ำยังใช้เวลาเดิม 22.00-05.00น. เร่งเอาผิดกลุ่มปล่อยข่าวลือ-บิดเบือนผ่านโซเชียลมีเดีย
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) แถลงปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีการปรับเปลี่ยนเวลาการประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน โดยยืนยันว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังให้ยึดถือการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานตามประกาศเดิมคือตั้งแต่เวลา22.00-05.00น. เว้นผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งที่คสช.ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้การประกาศห้ามออกนอกเคหสถานเพื่อให้ง่ายต่อการรักษาความสงบ เพราะเมื่อมีการประกาศกฎหมายความมั่นคงสูงสุดแล้วยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ การจะทำให้บ้านเมืองเป็นปกติได้ยาก โดยการยกเลิกหรือปรับลดมาตรการต่างๆก็ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของประชาชนด้วย
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้ข่าวลือเป็นปัญหาหลัก มีการใช้โซเชียลมีเดียบิดเบือนข้อมูล ยุยงปลุกปั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ คสช.จะเร่งดำเนินการโดยเน้นการใช้กฎหมายความมั่นคงเป็นหลัก
"ขณะนี้สภาพบ้านเมืองยังไม่ปกติ กฎหมายความมั่นคงสูงสุดแล้ว ฐานความผิดต่างๆ ค่อนข้างรุนแรง จึงฝากเรียนผ่านสื่อมวลชนว่าไม่อยากให้ประชาชนทำผิดในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ เราตรวจพบการทำผิด 2 ลักษณะคือ 1.การรวมกลุ่มกันต้าน ด้วยความเข้าใจในเจตนา ต้องการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย และ 2.มีนัยยะแอบแฝง ยังต้องการปลุกปั่นปลุกระดมต่อต้านเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นความผิดทั้งสองลักษณะ และทางคสช.จะต้องใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการอย่างแน่นอน แต่การดำเนินการต้องขึ้นกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งผู้บังคับหน่วยต้องดำเนินการ จะเริ่มจากการเจรจา ทำความเข้าใจ ส่วนขั้นตอนสุดท้ายได้แก่การดำเนินการด้วยการหยุด และห้ามไม่ให้กระทำ"พ.อ.วินธัยกล่าว
รองโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า คสช.ไม่อยากให้ต้องมีเหตุปะทะกัน และต้องการให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถบังคับกับคนกระทำผิดได้ต่อไป ในเวลานี้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบ ร่วมกัน
"การใช้โซเชียลเป็นเครือข่ายในการชักนำ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลัง ตัดช่องทางสื่อสารก่อนเป็นลำดับแรก ใครที่จะเข้าร่วมถือว่ามีความผิดด้วย ให้กฎหมายดำเนินการต่อไป ยืนยันว่าคสช.ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย แต่ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ให้ประเทศเป็นไปตามปกติ คงเป็นไปได้ยาก"พ.อ.วินธัยกล่าว
ด้านพ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่าการปฏิบัติงานของ คสช.จะยึดโยงตามกรอบกฎหมายและขอความร่วมมือจากประชาชนในการแก้ไขปัญหาประเทศ ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวง ทบวง กรมต่างๆยังทำงานได้ตามปกติแต่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก คสช.
นอกจากนี้ คสช.ได้ย้ายศูนย์กลางการปฏิบัติงานจากกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ถ.วิภาวดีไปที่กองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งวันนี้ผู้แทนจากระทรวง ทบวง กรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มทำงานในสถานที่ดังกล่าวแล้ว







