
มาร์คเดินหน้าปรองดองร่วมสร้างบ้าน
นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ยืนยันสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ยืนยันจะเร่งเดินหน้าแผนปรองดองและการฟื้นฟูประเทศ โดยจะผลักดันกระบวนการสร้างความปรองดอง 5 ข้อ ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ไปพร้อมๆ กับแผนฟื้นฟูทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุขดังเดิม
“
ผมขอยืนยันว่าแผนปรองดอง 5 ข้อ ยังเป็นเจตนารมณ์สำคัญที่รัฐบาลยังยึดถืออยู่ แต่ในขณะนี้สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมเข้าไป ก็จะเป็นเรื่องการฟื้นฟูที่จะต้องมีการดำเนินการในทุกๆ ด้าน ทั้งจิตใจ สังคม เศรษฐกิจ แม้กระทั่งในเรื่องของการเมือง ที่สำคัญก็คือกระบวนการของการปรองดองและการฟื้นฟูต้องเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกฝ่ายที่จะช่วยกันทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุขและทำให้ประชาชนคนไทยกลับมาเป็นหนึ่งเดียวมีความสมัครสมานสามัคคี”สำหรับภารกิจเฉพาะหน้า คือการเร่งเข้าไปฟื้นฟูและเยียวยาให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้าย การวินาศกรรม การวางเพลิงและเหตุการณ์อื่นๆ นอกจากนั้น ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และรัฐบาลได้ดำเนินการปรับรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยได้ให้มีการบูรณาการการทำงานระหว่างตำรวจ ทหาร กทม. อาสาสมัครต่างๆ ที่จะคอยเป็นหูเป็นตาลาดตระเวนสอดส่องให้สถานการณ์ในช่วง 12 วันข้างหน้านี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพื่อให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยต่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นใน กทม. และต่างจังหวัด
สำหรับมาตรการที่เกี่ยวข้องกับในระยะกลางและระยะต่อไปนั้น เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะความเป็นปกติมากขึ้น รัฐบาลจะเริ่มยกเลิกข้อกำหนดต่างๆ ที่อาจจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพตามที่ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยให้สอดคล้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและสอดคล้องกับสถานการณ์
ขณะเดียวกันในแง่ของการดำเนินคดี การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดและมีโทษร้ายแรงในข้อหาต่างๆ จะมีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาต่อเนื่องเด็ดขาด โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย แต่สำคัญที่สุด คือต้องดำเนินการเตรียมการสำหรับการฟื้นฟูประเทศและฟื้นฟูจิตใจของประชาชนในระยะยาว
“
ผมขอย้ำครับว่าปฏิบัติการที่ได้ทำมาทั้งหมดในขณะนี้ได้ช่วยให้เราสามารถจัดการกับคนที่กระทำผิดกฎหมาย คนที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง แต่สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีความเห็นแตกต่าง ที่มีความเดือดร้อน มีข้อเรียกร้อง ซึ่งรัฐบาลจะต้องตอบสนองนั้น เป็นเรื่องที่แผนฟื้นฟูปรองดองนั้นจะยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ไขให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทุกคนจริงๆ”ทั้งนี้ อยากจะเรียนกับคนไทยทั้งประเทศว่า อยู่บ้านเดียวกัน เมื่อบ้านได้รับความเสียหายและบัดนี้ได้แยกแยะคนที่จะมาเผาบ้านออกไป ซึ่งคนเหล่านั้นจะต้องได้รับโทษ แต่ประชาชนที่อยู่ในบ้านเดียวกันนี้ อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายว่าบ้านควรจะเป็นอย่างไร ระยะเวลาจากนี้ไป
“
เราอยู่บ้านเดียวกัน บ้านของเราได้รับความเสียหาย บัดนี้เราได้แยกแยะคนที่เผาบ้านเราออกไป ซึ่งคนเหล่านั้นต้องได้รับโทษ แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่บ้านเดียวกัน อาจมีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลายว่าบ้านของเราจะเป็นอย่างไร ในระยะเวลาจากนี้ไป ผมอยากเชิญชวนประชาชนทุกคนทุกกลุ่มว่าเราเป็นคนบ้านเดียวกัน อะไรเป็นความแตกต่างเราต้องรับฟังซึ่งกันและกัน และมาช่วยกัน ไม่เพียงแต่ออกแบบ แต่ช่วยกันสร้าง ลงแรงลงใจ ทำให้บ้านของเรากลับมาเป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับคนไทยทุกคน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว






