posttoday
ผงะคาร์บอมบ์จ่อถล่มประตูน้ำ-ชิดลม

ผงะคาร์บอมบ์จ่อถล่มประตูน้ำ-ชิดลม

22 พฤษภาคม 2553

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด หรือหน่วยอีโอดี ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่บริเวณเวทีการชุมนุมของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตรงบริเวณเวทีราชประสงค์ทั้งหมด ตั้งแต่แยกประตูน้ำ ศาลาแดง และแยกชิดลม ตรวจพบอาวุธร้ายแรงโดยเฉพาะคาร์บอมบ์ ตรงบริเวณสี่แยกประตูน้ำ พบรถกระบะสีฟ้า ยี่ห้อนิสสัน จอดนิ่งอย่างน่าสงสัย เพราะบริเวณท้ายรถกระบะมีข้าวของและขยะมากมายกองพะเนินปกคลุม คล้ายๆ ปิดบังอำพรางสิ่งผิดปกติบางอย่างไว้

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่นับสิบนายรุดเข้าไปตรวจสอบถึงกลับผงะอึ้งเมื่อพบระเบิดชนิดซีโฟร์ น้ำหนักครึ่งปอนด์ซุกซ่อนอยู่ในห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้แน่นหนา

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวอยู่ในลักษณะเตรียมพร้อมใช้งานได้ทันที คาดว่าจะนำมาใช้ประกอบเป็นระเบิดคาร์บอมบ์โดยมีอานุภาพทำลายล้างกินพื้นที่กว้างหลายเมตร

“ทุกจุดตรงที่เป็นบังเกอร์ของ นปช. ทางเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพราะทุกจุดอาจมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ เช่น ตรงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าชิดลม ที่เป็นแนวบังเกอร์ของ นปช. ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถหกล้อ 2 คัน ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงถูกเผาไหม้เกรียมไม่เหลือซากจอดอยู่บริเวณใต้สถานีด้วย” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว

พ.อ.ทวีศักดิ์ จันทราสินธุ์ ผบ.หน่วยทำลายวัตถุระเบิดจังหวัดปัตตานี ซึ่งเข้าร่วมตรวจสอบด้วย กล่าวว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางทีมงานเก็บกู้วัตถุระเบิดตรวจพบรถหกล้อ เลขทะเบียน 703711 นครสวรรค์ จอดขวางถนนบนสะพานชิดลม ข้ามคลองแสนแสบ ตรงจุดนั้นใกล้ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเพชรบุรี ซึ่งรถดังกล่าวจอดอยู่หลังบังเกอร์ยางรถยนต์ของ นปช. และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมดัดแปลงรถคันดังกล่าวให้เป็นระเบิดสังหารชนิดร้ายแรงนั้น คือ คาร์บอมบ์ โดยทางผู้ชุมนุมได้ใช้ระบบต่อชนวนระบบแบบซ้อนไว้ 2 ชั้น โดยเป็นการวางแผนก่อการอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ เทคนิคการต่อสายชนวนจุดระเบิดใช้วิธีลากสายไฟยาวนับกิโลเมตรที่ต่อไว้กับถังดับเพลิงและถังแก๊สที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงรถคันนี้เข้ากับสายไฟ โดยทางผู้ก่อการจะซุ่มแอบไปจุดชนวนบริเวณคอสะพานที่มุ่งหน้าไปทางสถานีรถไฟฟ้าชิดลมบริเวณใกล้ที่ชุมนุม พร้อมกับถอดสลักตรงหัวถังแก๊สและถังดับเพลิงไว้โดยให้น้ำหนักรถเป็นตัวกดทับเป็นตัวจุดชนวน ซึ่งวิธีการดังกล่าวทำคล้ายกับระเบิด

“สิ่งสำคัญไปกว่านั้นบริเวณโดยรอบรถคาร์บอมบ์คันนี้จะมีขวดแก้วน้ำดื่มชูกำลังบรรจุกรดชนิดร้ายแรงอยู่จำนวนมาก ซึ่งในการศึกสงครามไม่มีประเทศไหนในโลกแม้จะโหดเหี้ยมป่าเถื่อนขนาดไหนไม่มีใครนำอาวุธชีวภาพ หรือน้ำกรดมาใช้ทำลายล้างกัน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายและอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยการทำศึกสงคราม” พ.อ.ทวีศักดิ์

พ.อ.ทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการเก็บกู้คาร์บอมบ์คันดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ปืนแรงดันสูงระเบิดฉีดน้ำเพื่อตัดทำลายระบบจุดชนวน จากนั้นจึงเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง สำหรับพลานุภาพการทำลายล้างคาร์บอมบ์คันนี้สามารถทำให้สะพานข้ามคลองขาดสะบั้นทันที และตึกบริเวณรอบๆ จะกลายเป็นทะเลเพลิงไปในทันที

ทั้งนี้ อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามอาวุธชีวภาพ เป็นสนธิสัญญาพหุภาคีเพื่อการลดอาวุธฉบับแรกที่ห้ามการผลิตประเภทของอาวุธทั้งประเภท ความตกลงของอนุสัญญามีสาเหตุมาจากความพยายามอันเป็นเวลายาวนานของประชาคมนานาชาติในการพยายามสร้างเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนพิธีสารเจนีวาของปี ค.ศ. 1925 ที่เป็นพิธีสารว่าด้วยการห้ามการใช้แก๊ส และแบคทีเรียในการสงคราม และอนุสัญญาเริ่มลงนามกันเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ปี ค.ศ. 1972 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ปี ค.ศ. 1975 เมื่อรัฐบาลของ 22 ประเทศให้การสัตยาบัน ในปัจจุบันอนุสัญญามีภาคีผู้ตกลง 162 ประเทศ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ตรวจพบระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 5 ลูก ถูกพบที่บริเวณอาคารชีวาทัย ชั้น 18 จำนวน 3 ลูก และโรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ซึ่งอยู่ด้านหน้าโรงแรม และชั้น 7 อีกจุดละ 1 ลูก ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบและตัดวงจรเรียบร้อยแล้ว

ด้านพระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม พร้อมด้วยคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ของวัด ได้แถลงข่าวชี้แจงว่า วัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นแหล่งเก็บสะสมอาวุธของกลุ่ม นปช. หลังจากที่ตลอดทั้งสองวันนี้ทหารและตำรวจได้เข้ามาค้นเจออาวุธภายในวัดจำนวนมาก

พระธรรมธัชมุนี กล่าวว่า ตลอดการชุมนุมที่ผ่านมาทางวัดได้เปิดตามปกติและมีคนเข้าออกเป็นประจำ ไม่สามารถจะจำกัดบุคคลเข้าออกได้ และวัดอยู่ใกล้กับกลุ่มผู้ชุมนุมมาก จะให้วัดทำอย่างไรไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ ซึ่งที่ผ่านมาทางวัดได้ประสานทางราชการให้เข้ามาดูแลแล้วแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะทางตำรวจไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาอำนวยความสะดวกได้

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในช่วงประกาศเคอร์ฟิวตำรวจจะปรับภารกิจบางส่วน เน้นการเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เคยมีการชุมนุมและเหตุปะทะต่างๆ รวมถึงในชุมชน เพื่อตรวจค้นว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุม หรือวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่หรือไม่ พร้อมเร่งติดตามจับกุมแกนนำ

นอกจากนี้ ตำรวจยังมีการปรับตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและยานพาหนะ 12 จุด ประกอบด้วย สถานีรถไฟฟ้า หมอชิต หน้ากรมศุลกากร คลองเตย แยก อสมท ใต้ทางด่วนรามอินทราลาดพร้าว พระราม 4 ซอยงามดูพลี และแยกหัวลำโพง เซ็นทรัล บางนา ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เซ็นทรัล พระราม 3 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใต้ทางด่วนดินแดง และเซ็นทรัล พระราม 2

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ