
โทษก่อการร้ายประหารทุกคน
การเข้ามอบตัวของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับตำรวจในวันที่ 19 พ.ค. เพื่อต่อสู้คดีตามความผิดฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า แกนนำที่เข้ามอบตัวไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่เป็นผู้ต้องสงสัย โดยมีกฎหมายฝากขัง ควบคุมตัว 7 วัน และสามารถขยายได้อีก 30 วัน 4 ครั้ง ในทางกฎหมายอาญาจะมีการดำเนินการทางคดีด้วยประมวลกฎหมายวิอาญา
“
นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. หากถูกจับกุมก็จะต้องดำเนินคดีหมายอาญาต่อ เพื่อนำตัวไปฝากขังอีกต่อหนึ่ง ส่วนนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ที่โดนข้อหาก่อการร้าย ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะแจ้งข้อหาก่อการร้าย ใครก็ตามที่ถูกข้อหาก่อการร้ายจะต้องโทษประหารชีวิตทุกคน รวมไปถึงพวกที่วางเพลิงด้วย” พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวสำหรับความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายเป็นความผิดอาญาซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ฐานความผิดรวมและการกำหนดโทษไว้กว้างขวาง อาจส่งผลกระทบต่อปัญหาเรื่องสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาเกินสมควร
มาตรา 135/1 ที่ได้เพิ่มเติมเข้ามาในประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า
“มาตรา 135/1 ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้(1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ
(2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ
(3) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ
ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาท ถึง 1 ล้านบาท
การกระทำในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย
”นอกจากนี้ ยังมีมาตรา 135/2 วางหลักว่า การตระเตรียม หรือสมคบจะทำการก่อการร้าย ก็ต้องระวางโทษด้วย มาตรา 135/3 วางหลักว่า การสนับสนุนการก่อการร้ายต้องระวางโทษเสมือนตัวการ และท้ายสุดมาตรา 135/4 วางหลักว่า การเข้าเป็นสมาชิกองค์การก่อการร้ายต้องระวางโทษเช่นกัน







