
ม็อบค้านรัฐประหารขยายตัว
การรวมตัวของกลุ่มประชาชนเพื่อคัดค้านการรัฐประหารและเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
การรวมตัวของกลุ่มประชาชนเพื่อคัดค้านการรัฐประหารและเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งจัดการเลือกตั้งเริ่มมีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากยิ่งขึ้น หลังจากการชุมนุมต่อต้านได้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่สนใจประกาศและคำเตือนที่ของ คสช.ก่อนหน้านี้ที่สั่งห้ามไม่ให้มีการชุมนุมกันทางการเมือง
สำหรับการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ได้มีจุดเริ่มต้นที่บริเวณหน้าห้างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน เขตจตุจักร ตั้งแต่เวลา 11.00 น. โดยประชาชนจำนวนมากต่างพร้อมใจถือป้ายข้อความที่แสดงออกถึงการต่อต้านการรัฐประหารทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของทหารและตำรวจ
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ประกาศขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการเคลื่อนไหว เพราะการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.จะต้องรับโทษตามประกาศกฎอัยการศึกแต่ไม่เป็นผล ในทางกลับกันยิ่งทำให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อทหารได้นำกำลังพลเข้ามาตรึงพื้นที่และปิดการจราจรบนถนนพหลโยธินบางส่วน เพื่อกดดันให้ผู้ชุมนุมสลายตัว จนเกิดการเผชิญหน้าระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม
ระหว่างนั้นมีหญิงสาวสวมเสื้อยืดสีเขียว ห้อยนกหวีดที่มีสายคล้องเป็นสีธงชาติ ได้เป่านกหวีดกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยืนหน้าประตูทางเข้าโรงภาพยนตร์พร้อมชูป้ายที่มีข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า Support Coup (สนับสนุนการทำรัฐประหาร) ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจและพยายามเข้าไปทำร้าย แต่ทหารและตำรวจที่ยืนรักษาการณ์ได้เข้ามากันไว้ได้และคุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาออกจากพื้นที่เป็นการด่วน
อย่างไรก็ตาม พอถึงเวลาประมาณ 14.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้แยกย้ายกันออกจากบริเวณหน้าห้างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่างการเดินขบวนปรากฏว่าต้องเจอกับการตั้งแนวสกัดของทหารและตำรวจบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ในครั้งนี้ทหารได้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นด้วยการนำกำลังทหารจำนวนหนึ่งพร้อมด้วยอาวุธมาประจำการอยู่ด้านหลังของทหารที่ถือโล่ควบคุมสถานการณ์อยู่ด้านหน้า และประกาศย้ำไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวไปยังอนุสาวรีย์ฯ
การพยายามสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินขบวนไปยังอนุสาวรีย์ฯ ของทหารและตำรวจนั้นยิ่งทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงความไม่พอใจมากขึ้น บางส่วนถึงกับขว้างสิ่งของโดยเฉพาะขวดน้ำไปยังเจ้าหน้าที่ที่ตั้งแถวเป็นแนวกั้นไม่ให้มีการเดินขบวน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวกลุ่มผู้ประท้วงได้ 3 คน ก่อนที่จะปล่อยตัว
ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมได้ล่าถอยเพื่อไม่เผชิญหน้ากับทหารและตำรวจ แต่ได้เปลี่ยนวิธีการเดินทางจากการเดินเท้าไปตามถนนพหลโยธินมาเป็นการโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงที่อนุสาวรีย์ฯ แทน เพื่อไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่รออยู่ที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ฯ ก่อนแล้ว ทำให้มีผู้ชุมนุมมารวมกันมากขึ้นจนกระทั่งทหารที่ควบคุมพื้นที่อยู่เดิมต้องยอมถอยร่นออกไปและให้ตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์แทน จนกระทั่งในเวลา 18.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางกลับและสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ
อีกด้านหนึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมในนามกลุ่มริบบิ้นขาวไปรวมตัวกันที่บริเวณทางเดินลอยฟ้าสี่แยกปทุมวัน เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในเวลา 17.00 น.
ทั้งนี้ ทหารเจรจาให้ประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ระหว่างนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งสวมเสื้อสีน้ำเงินนอนราบกับพื้นแสดงความท้าทายทหาร แต่ทหารได้พยุงชายคนดังกล่าวขึ้นมา ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมรายอื่นๆ ได้ตะโกนเรียกร้องให้ทหารคืนอำนาจ เพื่อจัดการเลือกตั้งและขอให้เอา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คืนมา
ทหารประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงหลายรอบขอให้ประชาชนยกเลิกการชุมนุมท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของมวลชนอีกฝ่ายที่สนับสนุนการรัฐประหาร ซึ่งทหารต้องตรึงกำลังในพื้นที่มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มวลชนสองฝั่งเกิดการปะทะกัน จากนั้นทหารเริ่มขึ้นไปบนทางเดินลอยฟ้า เพื่อเปิดพื้นที่พร้อมกับเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารไปจำนวน 5 คน ก่อนที่ในเวลา 18.00 น. สถานการณ์ในบริเวณดังกล่าวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ขณะที่ จ.เชียงใหม่ เป็นอีกพื้นที่ปรากฏการเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.เหมือนกับกับใน กทม. โดยเหตุเกิดขึ้น 2 จุด ได้แก่ ประตูช้างเผือก และประตูท่าแพ ทหารได้เข้าควบคุมพื้นที่ตั้งแต่เวลา 18.30 น. และจับกุมผู้ชุมนุมรวม 5 คน ไปดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศการห้ามชุมนุมของ คสช. อย่างไรก็ตาม ได้มีประชาชนชาวเชียงใหม่จำนวนหนึ่งออกมาสนับสนุนการทำหน้าที่ของทหารและตำรวจด้วยการนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้







