posttoday
ประเพณีการปกครองในรัฐธรรมนูญ

ประเพณีการปกครองในรัฐธรรมนูญ

24 พฤษภาคม 2557

เรามักจะพูดกันอยู่เสมอถึงความเป็นกฎหมายสูงสุด (Supreme Law) ของรัฐธรรมนูญ

เรามักจะพูดกันอยู่เสมอถึงความเป็นกฎหมายสูงสุด (Supreme Law) ของรัฐธรรมนูญ และมักจะมุ่งมองไปที่ว่ารัฐธรรมนูญนั้นคือ กฎหมาย ซึ่งนั่นเป็นเพียงส่วนเดียวของความเป็นรัฐธรรมนูญ (Constitutionalism) เนื่องจากในความเป็นรัฐธรรมนูญนั้น มีส่วนที่เป็นกฎหมาย (Constitutional Law) กับ ส่วนที่เป็นประเพณีการปกครอง หรือหลักแห่งรัฐธรรมนูญ (Constitutional Convention) หลอมรวมกันอยู่

บทบัญญัติที่อ้างถึงประเพณีการปกครองปรากฏขึ้นครั้งแรกภายใต้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2502 ในมาตรา 20 ความว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใดๆ ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวแก่การวินิจฉัยกรณีใดตามความในวรรคก่อนเกิดขึ้นในวงงานของสภา หรือเกิดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี ขอให้สภาวินิจฉัยชี้ขาด”

บทบัญญัติเช่นว่านี้หายไปจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2511 และมาปรากฏอีกครั้งในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2515 ในมาตรา 22 โดย “สภา” นั้นได้เพิ่มเติมเป็น “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” ต่อมาบทบัญญัติเช่นว่าก็ได้หายไปจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 และมาปรากฏในฉบับ พ.ศ. 2519 ในมาตรา 25 โดย “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” เปลี่ยนเป็น “สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2520 ก็กลับไปใช้ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” อีก โดยบัญญัติไว้ในมาตรา 30

ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521 บทบัญญัติเช่นว่าก็หายไปอีก แล้วมาปรากฏในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2534 โดยยังคงเป็นมาตรา 30 และมีถ้อยคำเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2520 แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 บทบัญญัติเช่นว่าก็หายไปอีก จนกระทั่งมาปรากฏในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ด้วยถ้อยคำที่ต่างไป โดยอยู่ในมาตรา 7 ความว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ต่อมาในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 บทบัญญัติเช่นว่ากลับไปอยู่ในลักษณะเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่มีบทบัญญัติเช่นนี้ โดยไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 อันเป็นฉบับปัจจุบันของประเทศไทยเรา บทบัญญัติดังกล่าว ก็กลับมาอยู่ในมาตรา 7 ด้วยถ้อยคำเช่นเดียวกันกับรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540

บทบัญญัติที่อ้างถึงประเพณีการปกครองนั้น แม้จะไม่ได้มีไว้ หากไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญใช้บังคับแก่การใด ก็จะต้องใช้ประเพณีการปกครองอยู่นั่นเอง หากเมื่อพิจารณาถึงการมีบทบัญญัติเช่นนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญต่างๆ ของประเทศไทยเรา ก็คงจะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวมุ่งไปที่ให้ฝ่ายสภา ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร เป็นผู้วินิจฉัย เมื่อมีสภาเดียว ก็คงจะเป็นสภานั้น เมื่อมีสองสภา ก็คงต้องร่วมกัน หากมีสองสภา แต่เหลือสภาเดียว ก็คงจะต้องเป็นสภาที่เหลืออยู่

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์