
รัฐประหาร
รวบ25แกนนำสลาย2ม็อบ/คงวุฒิสภา-องค์กรอิสระ
กองทัพยึดอำนาจหลังการเจรจากับตัวแทน คู่ขัดแย้งไม่ได้ข้อสรุป รวบ 5 ฝ่ายสลายม็อบ เรียก 18 รัฐมนตรีรายงานตัว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติ ได้ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 17.00 น.
ทั้งนี้ ให้เหตุผลว่าเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ตลอดจนเพื่อปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวก ทุกฝ่าย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา คสช.ได้ออกประกาศออกมาอีกหลายฉบับ เช่น ที่สำคัญคือให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 สิ้นสุดลงชั่วคราว ยกเว้นหมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และให้รัฐมนตรีรักษาการสิ้นสุดสภาพ โดยให้วุฒิสภาและองค์กรอิสระทำหน้าที่ต่อไป ฯลฯ พร้อมทั้งเรียกรัฐมนตรี 18 คน เข้ารายงานตัว เชิญแกนนำ และผู้บริหารพรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวด้วยที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ฯลฯ
หลังประกาศยึดอำนาจไม่นาน คสช.ได้ส่งกำลังทหารเข้าไปสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ถนนอักษะ พร้อมจับตัว นพ.เหวง โตจิราการ ขณะปราศรัยบนเวที จากนั้นก็ได้จัดรถโดยสารมารับผู้ชุมนุมจากทุกจุดใน กทม.กลับภูมิลำเนา
มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศยึดอำนาจ ครั้งแรกต่อหน้าคู่ขัดแย้ง 7 ฝ่ายที่สโมสรกองทัพบก โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาล ว่า รัฐบาลจะไม่ยอมลาออก ใช่หรือไม่ เพราะก่อนนั้นเจรจากันแล้วต่างฝ่ายต่างยืนกรานจนไม่สามารถหาข้อยุติได้ นายชัยเกษมตอบว่า นาทีนี้ ไม่ลาออก
พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวสวนทันทีว่า “ถ้าอย่างนั้นตั้งแต่นาทีนี้ผมตัดสินใจยึดอำนาจการปกครอง” จากนั้นก็ได้เชิญตัวแทนวุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกจากห้องประชุมแล้วสั่งให้ทหารเข้าควบคุมตัวผู้แทนจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย รัฐบาล นปช. และ กปปส. รวม 25 คน ไปควบคุมตัวที่ ร.1 รอ. ทันที ระหว่างนั้นได้ขอให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากสโมสรกองทัพบกทันที
รายงานข่าวระบุว่า คสช.จะควบคุมสถานการณ์ไประยะหนึ่งก่อนเพราะมีเป้าหมายว่าต้องจัดระเบียบโครงสร้างทางสังคม การเมืองบางอย่างก่อน โดยจะให้วุฒิสภาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่จะสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทั้งนี้ คาดว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ขึ้นมากุมบังเหียนเอง ก็อาจจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ.
หลังการประกาศรัฐประหาร นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ได้ยกเลิกการประชุม สว. ในวันที่ 23 พ.ค. ไปก่อน เพื่อรอติดตามประเมินสถานการณ์
“น่าเสียดายที่วุฒิสภาได้พยายามทำงานทุ่มเทมาตลอด 2 สัปดาห์แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่มีใครยอมใครจนต้องมาลงเอยกันแบบนี้ แต่เชื่อว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้คนเหล่านั้นคงเปลี่ยนใจ เรื่องนี้เป็นบทเรียนนักการเมืองว่าการเอาชนะคะคานกันจะนำไปสู่จุดดับของประเทศ และจะวนเวียนอยู่เช่นนี้” นายสุรชัย กล่าว
นายสุรชัยคาดหวังว่าการดำเนินการหลังจากนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปและแก้ไขปัญหาของประเทศในเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง และมาเริ่มต้นกันใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ







