
อุทธรณ์ยกฟ้อง"จุรินทร์"หมิ่น"แม้ว"เรียก 500 ล้าน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องคดี"ทักษิณ"ฟ้องหมิ่นเรียก"จุรินทร์" 500 ล้านบาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องคดี"ทักษิณ"ฟ้องหมิ่นเรียก"จุรินทร์" 500 ล้านบาท
เวลา 10.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่จ.เชียงใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นโจทย์ฟ้องนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และบริษัทนสพ.ไทยโพสต์ในข้อหาหมิ่นประมาทและให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นความเสียหาย 500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง ทั้งนี้เนื่องจากนายจุรินทร์ได้กล่าวบรรยายที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2547 ว่า ....3 ปีของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณล้มเหลวในการบริหารประเทศประชาชนมีหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น คนจนจนลงแต่ธุรกิจในเครือ พ.ต.ท.ทักษิณกลับรวยขึ้น ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว 14เรื่อง คือ
1. สนามกอล์ฟอัลไพน์ 2. ไอทีวี 3. บริษัทชินแซทเทิลไลน์ 4. ไม่บังคับใช้ กม.แข่งขันทางการค้า เอื้อประโยชน์ บ.เอไอเอส 5. ออกพรก.ภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์บริษัทมือถือครอบครัว 6. แก้สัญญา บริษัท เอไอเอส กับ ทศท. 7. ลดภาษีนำเข้าบริษัทมือถือ 8. เอื้อประโยชน์ แอร์เอเซีย 9. ตัดถนนผ่าน หมู่บ้านบางกอกบูเลอวาร์ด 10. ควบรวม บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับธ.ไทยทนุ และ ธ.ทหารไทย ที่ลูกชายถือหุ้น 11. ประมูลเช่าคอมพิวเตอร์ กฟภ. เอื้อ บ.เอ็มลิงค์ 12. ให้กองทัพเรือจ้างจีนต่อเรือ แลกการเลื่อนองศาดาวเทียมไอพีสตาร์ ของครอบครัว 13. กองทุนฟื้นฟูขายที่ดินรัชดาให้คู่สมรสราคาถูก 14. เปิดข้อสอบเอนทรานซ์เอื้อลูกคนมีอำนาจ
โดยศาลจ.เชียงใหม่ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้พิพากษาเมื่อวันที่17ธันวาคม2555ว่าแม้นายจุรินทร์จะได้กล่าวยืนยันข้อเท็จจริงแต่ได้แสดงความคิดเห็นโดยมีข้อมูลสนับสนุนเป็นลำดับขั้นตอน และเป็นเรื่องที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาก่อนไม่นานและต่อมาศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้รับฟ้องพตท.ทักษิณในเรื่องที่นายจุรินทร์กล่าวถึง4เรื่องการกล่าวของนายจุรินทร์มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทราบถึงการกระทำที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
โดยนายจุรินทร์ มีเหตุที่จะกล่าว ซึ่งล้วนเป็นการกล่าวติชมการบริหารราชการแผ่นดินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการเรียกร้องประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น เมื่อมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือมีข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูงซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว นายจุรินทร์ย่อมมีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ประชาชนทราบ เพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตลอดจนแสดงความคิดเห็นติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ทั้งการกล่าวของนายจุรินทร์มีมูลที่ทำให้นายจุรินทร์เชื่อว่าเป็นความจริง ไม่ใช่การสร้างเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายพ.ต.ท.ทักษิณโดยไม่มีมูลความจริง เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับผลประโยชน์ของส่วนรวมและความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินตามคลองธรรม จึงไม่เป็นการหมิ่นประมาท พิพากษาให้ยกฟ้อง และยกคำขอในส่วนแพ่ง
ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในวันนี้ว่า"การกล่าวของนายจุรินทร์ทั้ง14เรื่องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลซึ่งมีรายละเอียดข้อเท็จจริงบุคคล และเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบ ภายหลังจากที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก่อนหน้านั้นไม่นาน เพื่อติชมและตรวจสอบการบริหารงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ทั้งขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยังคงมีภริยา บุตร และญาติ ถือหุ้น หรือเป็นเจ้าของบริษัท ที่เดิม พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของ เมื่อมีข้อเท็จจริงหรือข้อหาเคลือบแคลงข้อสงสัยว่าจะมีการเอื้อประโยชน์ ให้แก่บุคคลดังกล่าว ย่อมอยู่ในวิสัยที่นายจุรินทร์ซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่งจะเปิดเผยให้ประชาชนทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตลอดจนติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใด อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมทำได้ หาได้เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องส่วนตัวเพื่อหวังผลทางการเมืองแต่อย่างใดไม่ นายจุรินทร์จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้อง อุทธรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ฟังไม่ขึ้น"







