posttoday
ชาวนาสิ้นหวัง รัฐจนมุมหาเงินจ่ายหนี้ข้าว

ชาวนาสิ้นหวัง รัฐจนมุมหาเงินจ่ายหนี้ข้าว

22 พฤษภาคม 2557

ปัญหาการจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาของรัฐบาลรักษาการชุดนี้ ยังเป็นเรื่องที่แก้ไม่ตก ส่งผลให้ชาวนาที่เหลืออีก 7 แสนราย

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ปัญหาการจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาของรัฐบาลรักษาการชุดนี้ ยังเป็นเรื่องที่แก้ไม่ตก ส่งผลให้ชาวนาที่เหลืออีก 7 แสนราย รอให้รัฐบาลชำระหนี้ที่ติดค้างอยู่รวม 8 หมื่นล้านบาทนั้น ต้องอยู่ในสภาพจำยอม ได้แต่ทำใจ เพราะที่ผ่านมาแม้จะทวงแล้วทวงอีก รัฐบาลก็ยังไม่ยอมจ่ายเงินออกมา

ยิ่งเวลานี้ รัฐบาลชุดนี้เหลือสภาพแค่รักษาการไร้สภาพ ไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้ โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลทหารประกาศกฎอัยการศึก รัฐบาลรักษาการที่เหลืออยู่ต้องทำงานอย่างหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในเซฟเฮาส์ ทำให้ปัญหาทางเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงปัญหาหนี้ของชาวนาไม่ได้รับการแก้ไข

แม้ว่าไม่กี่วันที่ผ่านมา ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ที่ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.คลัง ได้สั่งให้กระทรวงการคลังเดินหน้ากู้เงินมาจ่ายชาวนา ก็ยังเป็นการเดินวนอยู่ในอ่าง หาทางออกไม่ได้ เพราะรู้กันอยู่แล้วว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังประสบความล้มเหลวในการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ไม่สามารถทำได้ เพราะธนาคารพาณิชย์กลัวทำผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังกลัวสหภาพพนักงานและพนักงานธนาคาร ต่อต้านประท้วงการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าว เพราะทำให้ธนาคารเสียภาพลักษณ์ปล่อยกู้ให้โครงการที่มีการทุจริตครั้งมโหฬารของประเทศ โดยโครงการรับจำนำข้าวที่ดำเนินการมา 2 ปี มีการจำนำข้าว 5 รอบการผลิต ใช้เงินไปกว่า9 แสนล้านบาท มีการประเมินกันว่าจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท

ขณะที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยประเมินว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ขาดทุน 1 แสนล้านบาท จะมีเงินเพียง 17% เท่านั้น ที่ถึงมือชาวนาที่ยากจนที่เหลืออีก 83% อยู่ในมือของชาวนาที่ร่ำรวย นายทุน โรงสี และนักการเมือง

นอกจากนี้ หลังจากที่ธนาคารไม่ปล่อยกู้ คลังก็เคยบีบให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 2 หมื่นล้านบาท เพื่อไปจ่ายหนี้จำนำข้าว จนทำให้ลูกค้าของธนาคารออมสินไม่พอใจถอนเงินจากธนาคารไปร่วม 1 แสนล้านบาท ขณะที่สหภาพพนักงานและพนักงานของธนาคารออมสินออกมาขับไล่ผู้บริหารและกรรมการของธนาคาร ทำให้การกู้เงินต้องล้มกลางคัน ธ.ก.ส.ต้องคืนเงินให้กับธนาคารออมสิน โดยที่ไม่ได้ไปจ่ายให้ชาวนาแม้แต่บาทเดียว

การกู้เงินดังกล่าวผู้บริหารกระทรวงการคลัง ได้เตือนฝ่ายการเมืองแล้วว่าจะมีปัญหาลูกค้าแห่ถอนเงิน แต่รัฐบาลกลับไม่ฟังและยังสำทับกลับว่า หากมีคนถอนเงินรัฐบาลก็จะระดมคนไปฝาก แต่สุดท้ายฝ่ายการเมืองก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่บอกไว้

ดังนั้น การกู้เงินมาจ่ายจำนำข้าว จึงไม่สามารถเป็นไปได้ แม้ว่าจะมีความพยายามกี่รอบก็ตาม ถ้ายังเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนการหาเงินจากแหล่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นการยืมเงินงบกลางเพิ่มเติมอีก 2 หมื่นล้านบาท ก็ทำไม่ได้ง่าย เพราะการกู้ยืมงบกลางล็อตแรก 2 หมื่นล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ยังใช้คืนคลังไม่ครบ และการกู้ใหม่ก็ติดปัญหาเงื่อนไขคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้นำงบกลางไปจ่ายหนี้ชาวนาที่ได้ใบประทวนก่อนมีการยุบสภา แต่หนี้ที่ค้างชาวนาที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็นผู้ได้รับใบประทวนหลังยุบสภาดังนั้นการกู้งบกลางมาจ่ายหนี้จำนำข้าวจึงถูกปิดไปอีกทาง

ขณะที่การขยายวงเงินกองทุนช่วยเหลือชาวนา 2 หมื่นล้านบาท ของ ธ.ก.ส. เป็น4 หมื่นล้านบาท ก็ถูกปฏิเสธจาก ธ.ก.ส. เพราะเห็นว่าเป็นจำนวนมากเกินไป และกลัวว่าจะได้รับเงินจากการระบายข้าวมาใช้คืนกองทุนไม่ทันสิ้นปี 2557 ที่กำหนดไว้ เพราะหากใช้คืนไม่ทัน หนี้เงินฝากก้อนนี้จะตกเป็นภาระของ ธ.ก.ส. นอกจากนี้การระดมเงินของกองทุนชาวนาล็อตปัจจุบัน 2 หมื่นล้านบาท ถึงวันนี้ก็เพิ่งได้ 1.2 หมื่นล้านบาท ช้ากว่าที่ตั้งไว้ ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีหน่วยงานมาฝากเงินกับกองทุน ส่วนใหญ่เป็นเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถูกขอให้ย้ายมาฝากที่กองทุนช่วยเหลือชาวนา

ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส.เองก็ยังดึงการระดมเงิน 2 หมื่นล้านบาท ไม่ให้เป็นไปตามเป้าด้วยการปฏิเสธขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากในกองทุนที่ปัจจุบันอยู่ที่ 0.63% เพราะประเมินว่ารัฐบาลที่อยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ อำนาจการบริหารไม่ชัดเจนจะมีปัญหาการระบายข้าวมาใช้คืนหนี้ของกองทุน ส่งผลให้กองทุนช่วยเหลือชาวนาหาเงินมาจ่ายชาวนาได้ไม่เต็มที่

ที่ผ่านมารัฐบาลจึงพยายามจะบีบให้ ธ.ก.ส.ออกพันธบัตรกู้เงินมาจ่ายหนี้จำนำข้าวให้กับชาวนาที่เหลือทั้งหมด ทั้งที่ ธ.ก.ส.ยืนยันว่าเป็นการผิดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ระบุว่าแหล่งเงินที่จะมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว กระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้จัดหาให้ และรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบชำระเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด

แต่ทว่าฝ่ายการเมืองก็ยังยืนยันจะดำเนินการ โดยจะแก้มติ ครม.ใหม่ เรื่องนี้จึงอยู่ระหว่างที่ ธ.ก.ส.จ้างบริษัทเข้ามาจัดอันดับเครดิตเรตติ้ง และเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา โดยได้ตั้งข้อสังเกตว่าการให้ ธ.ก.ส.ระดมเงินจะมีต้นทุนที่สูงกว่ากระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหา และจะทำให้การออกพันธบัตรของ ธ.ก.ส.มีอุปสรรคอีกมาก

นอกจากนี้ ถึงแม้ว่า ธ.ก.ส.ออกพันธบัตรได้ แต่ก็ยังมีปัญหาว่าจะมีสถาบันการเงินไหนรับซื้อหรือปล่อยกู้ เพราะตอนนี้แต่ละสถาบันการเงินระวังตัวอย่างมากในการปล่อยกู้ให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ มีการถามละเอียดยิบว่ากู้เงินไปทำอะไร หากไปใช้ในโครงการรับจำนำก็จะปิดประตูปล่อยกู้ทันที

ด้านการระบายข้าวหาเงินมาจ่ายหนี้ชาวนาก็มีปัญหาทำได้ช้า เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผวาว่าจะมีความผิดจากการระบายข้าวขาดทุนจำนวนมหาศาล โดยต้นทุนข้าวสารที่รับจำนำจากข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาทรวมค่าบริหารจัดการค่าดอกเบี้ยอยู่ที่ตันละ 2.4 หมื่นบาท แต่ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวได้ตันละ 1 หมื่นบาทเท่านั้น ทำให้ผลขาดทุนจะก้าวกระโดดเป็นหลายแสนล้านบากหากมีการปิดบัญชีจำนำข้าวให้ตรงกับข้อเท็จจริง

การเร่งระบายข้าวยังสร้างปัญหาว่าข้าวในสต๊อกอยู่ไม่ครบ เพราะข้าวยิ่งเหลือน้อยก็ยิ่งตรวจได้ง่ายว่าข้าวที่เหลือตรงกับข้าวที่รับจำนำมาหรือไม่ และตอนนี้รัฐบาลก็ยังสะสางปัญหาข้าวสารที่หายไป 3 ล้านตัน ไม่ได้ว่าข้าวจำนวนมหาศาลนี้อยู่ที่ไหน อยู่อย่างไร

นอกจากนี้ เงินที่ได้จากการระบายข้าวในช่วงนี้ ก็ไม่สามารถนำไปจ่ายหนี้ที่ค้างจ่ายกับชาวนาอีก 7 แสนราย หรือเป็นเงิน 8 หมื่นล้านบาท ได้ เพราะตามขั้นตอนเงินก้อนนี้ต้องไปชำระหนี้ที่ยืมงบกลางให้ครบ 2 หมื่นล้านบาทก่อน จากนั้นก็มีคิวต้องใช้คืนให้กองทุนช่วยเหลือชาวนาอีก 2 หมื่นล้านบาทที่คาดว่าจนถึงสิ้นปีจึงจะใช้ได้ครบ

ทั้งหมดนี้จะเห็นว่าการหาเงินมาจ่ายหนี้จำนำข้าวในช่องทางต่างๆ ถูกปิดประตูหมดทุกช่อง ชาวนาที่รัฐบาลยังติดค้างหนี้ก็ต้องรออย่างสิ้นหวังต่อไป จากข้อจำกัดต่างๆ เห็นทีต้องรอรัฐบาลใหม่มีอำนาจเต็มเข้ามา จึงจะปลดทุกข์ชาวนาให้ได้เงินที่รัฐบาลยังค้างอยู่ทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท