
ปชป.ชี้ครม.ไม่ลาออกประเทศเดินหน้าไม่ได้
โฆษกประชาธิปัตย์จี้วางกรอบปฏิรูปชัดเจน ทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย ชี้รัฐเดินเกมแบบนี้เลือกตั้งไม่ได้ หวั่นรุนแรง หลังจับอาวุธสงครามได้จำนวนมาก
โฆษกประชาธิปัตย์จี้วางกรอบปฏิรูปชัดเจน ทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย ชี้รัฐเดินเกมแบบนี้เลือกตั้งไม่ได้ หวั่นรุนแรง หลังจับอาวุธสงครามได้จำนวนมาก
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีการเข้าร่วมหารือ 7 ฝ่ายที่สโมสรกองทัพบกว่า พรรคยืนยันว่าการเจรจาหาทางออกประเทศเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยุติความรุนแรง ลดความสูญเสียทุกฝ่าย และให้มีการปฏิรูปที่ชัดเจนทั้งก่อนการเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้ง โดยเห็นว่ากระบวนการเลือกตั้งสำคัญแต่ต้องเป็นการเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายยอมรับ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งหัวหน้าพรรคจะเสนอแนวทางที่เหมาะสมและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเสียสละ โดยพรรคเห็นว่า แนวทางเดินหน้าประเทศไทยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าปชป. เคยเสนอสอดคล้องกับการแก้ปัญหาประเทศ แต่ที่ยังเกิดไม่ได้เพราะ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ทั้งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าไม่มีทางกลับไปเลือกตั้งได้ในสถานการณ์แบบนี้ โดย กกต.ประเมินว่าการเลือกตั้งอาจจะต้องทอดเวลาออกไปถึง 2 ปี
นายชวนนท์กล่าวว่า หากรัฐบาลเดินเกมอย่างนี้ประเทศไม่สามารถไปสู่การเลือกตั้งได้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่มียุทธศาสตร์พาประเทศไปสู่ความสงบ การดื้อดึงจะทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้ ถ้ารัฐบาลลาออกจะทำให้ 7 ฝ่ายที่จะมีการเจรจากันกำหนดแนวทางปฏิรูปประเทศและการเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ สิ่งจำเป็นที่ต้องทำคือ ยุติความรุนแรง รัฐบาลลาออก ปฏิรูปประเทศ กลับไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งประเทศชาติจะได้ประโยชน์ ส่วนข้อเสนอของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ที่ให้ทำประชามติต้องมีความชัดเจนในเรื่องที่จะสอบถามประชาชน การรณรงค์ต้องเป็นอิสระและเสรี เพราะหากทำประชามติในขณะบ้านเมืองไม่สงบก็ไม่แตกต่างจากความพยายามที่จะหาตราประทับให้รัฐบาล
อย่างไรก็ตาม พรรคกังวลในเรื่องความรุนแรง เพราะมีการจับกุมอาวุธสงครามและผู้ทำผิดที่เชื่อมโยงขบวนการใช้อาวุธเกี่ยวข้องถึงนักการเมืองพรรคเพื่อไทย เช่น กรณีการจับอาวุธสงครามที่จันทรารีสอร์ท และล่าสุดการจับอาวุธสงครามที่ จ.สมุทรสาคร ที่มีหลักฐานว่าถูกซ่องสุมในบ้านเช่าของคนเสื้อแดง นอกจากนี้ยังมีการจับกุมตัวชายพกอาวุธสงครามในบริเวณพื้นที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ถนนอักษะ สะท้อนว่าการใช้อาวุธเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง จึงถือว่าเป็นเวลาสำคัญที่กองทัพต้องใช้กฎอัยการศึกกวาดล้างขบวนการที่ใช้นักรบนอกกฎหมายมาจัดการกับฝ่ายตรงข้าม
นายชวนนท์กล่าวว่า 6 เดือนที่ผ่านมาตำรวจไม่เคยจับกุมได้ แต่พอประกาศกฎอัยการศึก 2 วัน จับได้จำนวนมาก จึงเรียกร้องไปยังตำรวจให้เร่งดำเนินคดีต่อบุคคลเหล่านี้ เร่งพิสูจน์ว่าใครบงการ จับตัวมาดำเนินคดี การเจรจาต้องไม่มีการยกเว้นคดีอาญา เพราะผูกพันกับแกนนำ นปช.และเพื่อไทยชัดเจน กรณีการจับกุมตัวนายบุญเลิศ เรืองทิม หรือเลิศ ใม้เก่า ที่ จ.พิษณุโลก มือขวานายจตุพร ซึ่งในเหตุยิงนักศึกษารามคำแหงมีภาพผู้ใช้อาวุธใส่เสื้อสัญลักษณ์กลุ่มของนายบุญเลิศ และมีหลักฐานว่านายจตุพรสั่งให้นายเลิศ ไม้เก่า ไปจัดการที่หน้าประตูสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนเกิดเหตุยิงนักศึกษา จึงควรขยายผลว่าเหตุดังกล่าวเชื่อมโยงกับใครบ้าง







