
อินเดียผลัดใบ
ผมเคยพูดไว้ตั้งแต่ตอนต้นปี เปรียบเทียบกระแสต่อต้านคอร์รัปชั่นในประเทศอินเดียกับในบ้านเราว่า แม้ว่าที่อินเดียจะมีการจุดประกายก่อนเรา แต่เราอาจจะคืบหน้าได้เร็วกว่า
ผมเคยพูดไว้ตั้งแต่ตอนต้นปี เปรียบเทียบกระแสต่อต้านคอร์รัปชั่นในประเทศอินเดียกับในบ้านเราว่า แม้ว่าที่อินเดียจะมีการจุดประกายก่อนเรา แต่เราอาจจะคืบหน้าได้เร็วกว่า
มาถึงวันนี้ ผมคงต้องขอถอนคำพูดแล้วครับ
เพราะที่อินเดียเขาเพิ่งประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 16 ปรากฏว่ากลุ่มพรรครัฐบาลแพ้กลุ่มพรรคฝ่ายค้านแบบหมดรูป
ประเด็นหลักในการหาเสียงคือเรื่องคอร์รัปชั่น
กระแสต่อต้านคอร์รัปชั่นครั้งนี้แพร่กระจายไปกว้างไกลมากกว่าเกือบจะทุกความคาดหมาย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลที่กำลังจัดตั้งโดยพรรคบีเจพี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเดิม เป็นรัฐบาลแรกในรอบ 30 ปีที่ครองเสียงข้างมากในสภาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กล่าวคือ จากจำนวน สส.ทั้งหมด 543 คน บีเจพีได้ 282 คน ซึ่งก็เกินครึ่งอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อรวมกับพรรคแนวร่วม ซึ่งประกาศจับมือกันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ก็จะมี สส.ทั้งหมดถึง 336 คน
อีกด้านหนึ่ง พรรครัฐบาลเดิม คือ พรรคคองเกรส จำนวนที่นั่งในสภาลดฮวบ จากเดิม 206 ที่นั่ง เหลือเพียง 44 ที่นั่ง หรือไม่ถึง 1 ใน 10 ของจำนวนที่นั่งในสภา และแม้จะรวมกับพรรคแนวร่วมก็ยังมีเพียง 59 ที่นั่งเท่านั้น
พรรคคองเกรสถูกประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงโทษอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่กลุ่มผู้นำสูงสุดซึ่งประกอบด้วย ซอนย่า คานธี ประธานพรรค ราหุล คานธี รองประธานพรรค และ มานโมฮัน ซิงห์ อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ฉาวโฉ่เรื่องคอร์รัปชั่นเป็นการส่วนตัว
คอร์รัปชั่นของเขาฝังอยู่ในระบบและเกิดขึ้นในระดับรองๆ ลงไป
ในทางกลับกัน ในกรณีของเรา ตำแหน่งในรัฐบาลยิ่งสูงหรือยิ่งใกล้ชิดกับจอมบงการที่อยู่เบื้องหลัง ผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
แต่ถึงส่วนหัวของเราจะเน่าสนิทเพียงใด ก็ยังสามารถระดมมวลชนจำนวนไม่น้อยออกมาให้การสนับสนุน รวมทั้งยังสามารถข่มขู่ว่าจะเปิดศึกสงครามกลางเมืองหากฝ่ายของตนสูญเสียอำนาจรัฐ
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมต้องขอถอนคำพูด
ความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงทำให้ทหารต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อตอนเช้ามืดวันอังคารที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผมยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีสาเหตุอื่นๆ ประกอบหรือไม่ จึงยังไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้
ผมนึกไม่ถึงจริงๆ ว่ารัฐบาลที่พัวพันถลำลึกกับเรื่องทุจริตจำนำข้าวที่ทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหายหลายแสนล้านบาท จะยังสามารถอ้างความชอบธรรมและตื๊ออยู่ในอำนาจต่อมาได้อีกหลายเดือน
ก็ได้แต่หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะคืบหน้าและมีคำพิพากษาของศาลออกมาในเร็ววัน ตลอดจนข้อเท็จจริงต่างๆ ถูกเปิดเผยออกมา เพื่อที่สังคมโดยรวมจะได้เกิดความกระจ่างมากขึ้น ช่วยลดกระแสความขัดแย้งและการเผชิญหน้ากันลง
สำหรับอินเดีย ผมก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าผลการเลือกตั้งจะสร้างความชัดเจนได้มากขนาดนี้ มันทำให้ผมรู้สึกอิจฉาคนอินเดียที่สังคมของเขาสามารถเริ่มต้นเยียวยารักษาโรคมะเร็งร้ายที่เกาะกินเศรษฐกิจและสังคมของเขามานาน
การเลือกตั้งของอินเดียครั้งนี้ทำลายสถิติหลายอย่าง โดยได้ชื่อว่าเป็นการเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกนี้ กล่าวคือ มีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 814.5 ล้านคน ทำลายสถิติเดิม ซึ่งก็คือการเลือกตั้งทั่วไปของอินเดียครั้งที่แล้วในปี ค.ศ. 2009 ถึงประมาณ 100 ล้านคน
มีผู้มาใช้สิทธิ 66.83% ซึ่งก็สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับอินเดียเช่นกัน สะท้อนให้เห็นการตื่นตัวของประชาชนในส่วนที่เกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่น
ในความรู้สึกของผม ประชาธิปไตยแบบอินเดียค่อนข้างเปิดกว้าง พรรคการเมืองมีหลากหลาย ทั้งระดับชาติ ระดับแคว้น และระดับท้องถิ่น หรือหากใครประสงค์จะเป็นผู้สมัครอิสระ ก็สามารถทำได้เช่นกัน
อินเดียไม่มีระบบบัญชีรายชื่อ และในแต่ละเขต ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ชนะ ทำให้บางเขตที่คะแนนเสียงกระจาย ผู้ชนะอาจได้ไม่ถึง 20% ในขณะที่อีกบางเขต ผู้สมัครที่ได้กว่า 30% หรือ 35% ก็ยังต้องแพ้ให้กับผู้ที่ได้คะแนนสูงกว่า เช่น 40% เป็นต้น
การไม่มี สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ในตัวของมันเองก็มีจุดอ่อนที่ผู้เชี่ยวชาญการเมืองหลายคนในอินเดียมองเห็น กล่าวคือ พรรคขนาดกลางบางพรรคที่โดยปกติได้คะแนนนิยมสูงในท้องถิ่นหรือในแคว้นของตน เมื่อเจอกระแสระดับชาติที่แรงกว่า ทำให้ได้คะแนนเป็นที่ 2 ในเกือบจะทุกเขตที่ลงสมัคร สุดท้ายก็ไม่เหลือ สส.ในสภา หรือเหลือเพียง 12 คนเท่านั้น จากเดิมที่เคยได้มากกว่านี้
ในทางกลับกัน ระบบบัญชีรายชื่อของเราก็สร้างปัญหาสุดโต่งอีกด้านหนึ่ง กล่าวคือ เจ้าของหรือนายทุนใหญ่ของพรรคสามารถเอาคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดที่ไม่เคยมีความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์มาอยู่หัวแถว และได้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องมีความสามารถและไม่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ เอง
ปัญหาของชาติบ้านเมืองของเราทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลพวงของการเอาคนที่ขาดภาวะความเป็นผู้นำและขาดความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่มาเป็นผู้นำประเทศ
ก่อนจบ ต้องสรุปว่า สถานการณ์การเมืองของอินเดียในวันนี้ดีกว่าของเราค่อนข้างมาก พรรคคองเกรสที่พ่ายแพ้อย่างยับเยินในวันนี้ก็ก้มหน้าก้มตายอมรับผลของความพ่ายแพ้แต่โดยดี และจะไม่มีการก่อเหตุรุนแรงใดๆ
ผมเชื่อว่าเขาจะเอาความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นบทเรียน และจะมีการปรับขบวนทัพขนานใหญ่เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองในอนาคต
ผมเชื่อว่าเขาจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อเรียกศรัทธาของประชาชนให้หวนกลับคืนมา
พรรคคองเกรสของอินเดียจะไม่ล่มสลายอย่างแน่นอน และหากรัฐบาลบีเจพีทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนไม่ได้ ก็อาจได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกในไม่ช้า
อินเดียประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจุดกระแสต่อต้านคอร์รัปชั่น ส่วนของเรายังลูกผีลูกคน พรรคการเมืองที่เป็นศูนย์รวมของสารพัดผลประโยชน์ยังไม่รู้สึกรู้สากับกระแสต่อต้านคอร์รัปชั่นของประชาชนนับล้านคน
แต่ผมยังมองโลกในแง่ดี ผมยังเชื่อว่าอีกไม่นานเขาจะแพ้ภัยตัวเอง และหายสาบสูญไปจากผืนแผ่นดินไทย







