posttoday
แนะกองทัพกางโรดแมป

แนะกองทัพกางโรดแมป

22 พฤษภาคม 2557

ทหารน่าจะมีโรดแมปในใจอยู่แล้วว่าต้องการให้ความขัดแย้งจบลงอย่างไร และประเทศจะเดินหน้าต่ออย่างไร

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ประกาศกฎอัยการศึกและเชิญคู่ขัดแย้งทางการเมืองมานั่งหารือบนโต๊ะเดียวกันเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา แม้ยังไม่มีข้อสรุปอะไรที่ชัดเจน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการหาทางออกจากหล่มการเมืองในขณะนี้

บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ทำงานเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ให้ความเห็นว่า การเจรจาดังกล่าวจะได้ผลคืบหน้ามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับโจทย์ว่าจะตั้งไว้อย่างไร ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามี 3 โจทย์ใหญ่ๆ ที่ต้องคุยกัน คือ 1.การกำหนดวันเลือกตั้ง 2.กลไกการปฏิรูปประเทศ และ 3.การคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง

บัณฑูร ขยายความว่า ในประเด็นการกำหนดวันเลือกตั้งนั้น ควรเจรจาให้มีการเลือกตั้งในห้วงเวลาที่เหมาะสม ไม่เร็วไม่ช้าเกินไป แต่มีเวลาพอที่จะดำเนินการแก้ไขอีก 2 โจทย์ที่เหลือได้

ขณะที่กลไกการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเรียกร้องกันอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีหลักประกันได้ว่าหลังจากนี้ต่อไปในอนาคต การปฏิรูปจะดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง พูดง่ายๆ คือทำให้กลไกการปฏิรูปมีน้ำยาทำได้จริง ส่วนประเด็นการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ 2-3 ประการ คือ การสร้างความยุติธรรมระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่าน การปรับรูปแบบรัฐบาลในระยะสั้นให้ตอบโจทย์ทุกฝ่าย และรัฐบาลนี้ต้องเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการปฏิรูป ปฏิรูปเสร็จแล้วให้ยุบสภาเลือกตั้งภายใต้กรอบกติกาใหม่

“ถ้าไม่ทำ 3 โจทย์นี้ให้เสร็จพร้อมๆ กัน มันก็ยากที่จะแก้ปัญหาสำเร็จ”บัณฑูร กล่าว

ด้าน สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า มีความเสี่ยงสูงที่การเจรจาจะไม่บรรลุผล เนื่องจากข้อเสนอของ กปปส. นปช. และรัฐบาลแตกต่างกันมาก

อย่างไรก็ตาม น่าวิเคราะห์ว่าการที่ทหารยอมเป็นตัวกลางจัดให้พูดคุยกันนั้น น่าจะมีทางออกบางประการที่คิดไว้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ หากให้เดาทางออกกองทัพ เป็นไปได้ว่าอาจออกมากลางๆ คือให้คณะรัฐมนตรีลาออก แล้วให้ข้าราชการระดับปลัดกระทรวงขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแทน แล้วขีดเส้นวันเลือกตั้งที่แน่นอน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเคลมได้ว่าได้รับชัยชนะ

“กปปส.ก็ได้รับชัยชนะจากการที่รัฐบาลลาออก รัฐบาลเองก็ไม่ต้องหลีกทางให้เกิดนายกฯ คนกลาง และข้อเสนอนี้ก็เป็นไปตามกฎหมาย เพราะปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทน ครม.ได้อยู่แล้วตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน”สุขุม กล่าว

สุขุมวิเคราะห์อีกว่า การคงอำนาจตามกฎอัยการศึกของกองทัพนั้นน่าจะสามารถเคร่งครัดได้อีกเพียง 2-3 วันเท่านั้น เนื่องจากหากนานกว่านี้จะเกิดกระแสต่อต้านจากมวลชนแต่ละฝ่าย และจะทำให้กองทัพบริหารงานได้ยากขึ้น

อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แม้การเจรจาครั้งนี้จะดูเป็นเรื่องดี เพราะสามารถจบวิกฤตเฉพาะหน้าได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วความขัดแย้งนี้ใหญ่กว่าระดับแกนนำ เพราะยังมีมวลชนอีกจำนวนมากของแต่ละฝ่าย ซึ่งไม่ได้คิดเหมือนกันและความขัดแย้งนี้มีมากกว่าระดับแกนนำ และมากกว่าที่ทหารคิด

“ทหารน่าจะมีโรดแมปในใจอยู่แล้วว่าต้องการให้ความขัดแย้งจบลงอย่างไร และประเทศจะเดินหน้าต่ออย่างไร เพราะหากไม่พร้อมคงไม่ออกมา ส่วนการเชิญแต่ละฝ่ายมาหารือ ส่วนหนึ่งก็คงอยากได้ความเห็นว่าหากโรดแมปของทหารเป็นอย่างนี้ แต่ละฝ่ายจะเอาด้วยหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าถ้ามีอะไรอยู่ในใจแล้วก็ควรจะเปิดให้สังคมเห็นด้วยว่าทางออกของกองทัพเป็นอย่างไร เพื่อการตัดสินใจจะได้ไม่ผูกขาดอยู่แค่บรรดาแกนนำเท่านั้น”อรรถสิทธิ์ ระบุ

อรรถสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า กฎอัยการศึกจะดำรงความเข้มงวดได้เต็มที่แค่ประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากการจำกัดสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะการปิดสื่อจะทำให้แรงต้านเพิ่มมากขึ้น และทำให้ต้องเผชิญกับการต่อต้านที่ขยายวงกว้างต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท