posttoday
ธุรกิจภูมิภาคพอใจอัยการศึกเร่งตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม

ธุรกิจภูมิภาคพอใจอัยการศึกเร่งตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม

22 พฤษภาคม 2557

หลังกองทัพบกประกาศกฎอัยการศึกไม่นาน ก็มีทั้งกระแสชื่นชมและท้วงติงจากฝ่ายต่างๆ

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

หลังกองทัพบกประกาศกฎอัยการศึกไม่นาน ก็มีทั้งกระแสชื่นชมและท้วงติงจากฝ่ายต่างๆ แต่หลังคำแถลงและตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับการปฏิบัติของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ภายใต้อำนาจกฎอัยการศึกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.) แล้ว ในมุมมองของภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาการเมือง พวกเขาคาดหวังว่าการใช้กฎหมายพิเศษที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนี้ แม้จะเป็นภาพลบสำหรับนานาอารยประเทศ แต่ก็ทำให้เกิดความหวังได้ว่าสถานการณ์ต่อไปน่าจะดีขึ้น

สุรชัย จิตภักดีบดินทร์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาการพัฒนาบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) บอกว่า ความคาดหวังต่อความสงบสุขยังไม่สามารถสรุปได้ในระยะสั้น แต่ในเชิงบวกเพื่อป้องกันไม่เกิดปัญหาขัดแย้งกันถึงขั้นรุนแรงจะเป็นการดี และจะเป็นเชิงบวกต่อภาคเศรษฐกิจ ธุรกิจการค้า แต่ทั้งหมดของการใช้กฎอัยการศึก คือ ต้องไม่เข้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ณพพงศ์ ธีระวร ประธานกลุ่มหอการค้าจังหวัดภาคใต้ชายแดน (สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) บอกว่า จากการพูดคุยกับนักธุรกิจ พ่อค้า ต่างเห็นด้วยเพื่อนับหนึ่งให้กับประเทศ หลังเจอทางตันมาและตกต่ำมานานพอควร แต่การใช้กฎอัยการศึกในระยะยาว อาจจะมีผลกระทบกับประเทศได้ ประการสำคัญจะต้องดูรายละเอียดเนื้อหาและเห็นด้วยในการระงับทั้งสองฝ่าย

สุทัศน์ เลิศมโนรัตน์ ประธานกลุ่มหอการค้าจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง) กล่าวว่า สถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดความรุนแรงขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ต้องไม่เป็นไปในระยะยาวเกินไป จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาหาทางออกให้กับประเทศ

ด้านนักธุรกิจในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ของมวลชนเสื้อแดง เกรียงศักดิ์ ปาลีคุปต์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ บอกว่า ภาคธุรกิจใน จ.สุรินทร์ ส่วนใหญ่เห็นด้วย เนื่องจากประกาศใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้สถานการณ์ที่ส่อเค้าความรุนแรงยุติลง

“นักธุรกิจต้องการเห็นมาตรการที่ชัดเจนและทิศทางของประเทศให้เป็นรูปธรรมและรวดเร็วที่สุด ภายใต้หลักการประเทศชาติต้องสงบ เพื่อให้เศรษฐกิจที่ชะงักงันมานานปีเดินหน้าต่อไปได้ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการที่มีการประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นอย่างแน่นอน” เกรียงศักดิ์ กล่าว

พรชัย จิตรนวเสถียร กรรมการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจแล้วว่าไม่มีผลกระทบอะไร โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามายัง จ.เชียงใหม่ ยังไม่มีรายงานการยกเลิกท่องเที่ยวกะทันหันเข้ามา แต่หากมองในระยะกลางและระยะยาวมีความชัดเจน มีความสงบทางการเมืองเกิดขึ้นย่อมส่งผลดีในทุกด้าน

สุมิตร เขียวขจี ประธานหอการค้าจังหวัดตราด บอกว่า ระยะสั้นไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร เพราะการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ เพียงให้ยุติการเผชิญหน้าของผู้ชุมนุมส่วนเรื่องอื่นสามารถปฏิบัติได้เหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นระยะยาวจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะจะทำให้นักธุรกิจขาดความเชื่อมั่นและไม่กล้ามาลงทุน เพราะประเทศที่มีความไม่สงบ ไม่มีใครกล้ามาลงทุนแน่

สำหรับระยะยาวหลังจากระงับความรุนแรงได้แล้ว เสียงส่วนใหญ่ของภาคธุรกิจภูมิภาคต่างเห็นว่า ควรมีรัฐบาลที่มีอำนาจอย่างแท้จริง ที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคม

สมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก บอกว่า ควรใช้ช่วงเวลานี้จัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว อาจจะเป็นรัฐบาลเฉพาะกาลก่อนก็ได้ โดยให้สมาชิกวุฒิสภาดำเนินการคัดเลือกเสนอ จากนั้นให้เร่งดำเนินการเลือกตั้งโดยเร็ว หลังมีรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาและทำให้ระบบเศรษฐกิจในประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติมีทางออกทั้งระยะสั้น โดยมีรัฐบาลเฉพาะกาล ระยะกลาง โดยการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและการค้า การลงทุน รวมทั้งจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ขณะที่ระยะยาวมีรัฐบาลใหม่อย่างสมบูรณ์ทุกฝ่ายยอมรับ

“ที่ผ่านมาหลายเดือนไม่มีความชัดเจนทางการเมือง รัฐบาลก็เป็นรัฐบาลรักษาการ ตำแหน่งรักษาการซ้ำซ้อน การทำสัญญาการค้าระหว่างประเทศ นักลงทุนขาดความมั่นใจ จึงควรมีรัฐบาลเฉพาะกาลตามขั้นตอนที่ สว.เสนอ และจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อฟื้นระบบเศรษฐกิจ”

นี่คือเสียงสะท้อนภาคธุรกิจจากพื้นที่ต่างๆ ในขณะที่สถานการณ์ด้านมวลชนนั้น อาจกล่าวได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงจัดระเบียบ ซึ่งยังมากด้วยความระส่ำระสาย จากความไม่มั่นใจในอำนาจของทหารภายใต้กฎอัยการศึก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท