posttoday
เหตุเกิดที่เหมือนทองเลยความรับผิดชอบของ กพร.

เหตุเกิดที่เหมือนทองเลยความรับผิดชอบของ กพร.

21 พฤษภาคม 2557

เหตุการณ์ไล่ทุบตี จับมัดมือไพล่หลังและกักขังชาวบ้านที่ต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองทองคำและทองแดงของบริษัท ทุ่งคำ ในเขต ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย จนถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหลายราย ด้วยการใช้กองกำลังอำพรางใบหน้าจำนวน 300 คน พร้อมอาวุธ ทั้งท่อนเหล็ก มีด และปืน กลางดึกของคืนวันที่ 15 ต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 16 พ.ค.นั้น ทำให้นึกย้อนถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสองสามปีก่อนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไล่จับกุมขบวนการขุด ซื้อ ขายและขนแร่เหล็กเถื่อนที่เมืองเลย

เหตุการณ์ไล่ทุบตี จับมัดมือไพล่หลังและกักขังชาวบ้านที่ต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองทองคำและทองแดงของบริษัท ทุ่งคำ ในเขต ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย จนถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหลายราย ด้วยการใช้กองกำลังอำพรางใบหน้าจำนวน 300 คน พร้อมอาวุธ ทั้งท่อนเหล็ก มีด และปืน กลางดึกของคืนวันที่ 15 ต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 16 พ.ค.นั้น ทำให้นึกย้อนถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสองสามปีก่อนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไล่จับกุมขบวนการขุด ซื้อ ขายและขนแร่เหล็กเถื่อนที่เมืองเลย

เพราะคำถามมีอยู่ว่า ทำไมหน่วยงานที่กระตือรือร้นไล่จับแร่เหล็กเถื่อนคราวนั้นจึงเป็นดีเอสไอ แล้วกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงไปอยู่เสียที่ไหน?

ไม่ยากเกินไปนักหากจะเปรียบเทียบเรื่องนี้กับข่าวขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าด้วยการนำไม้มาสวมตอ หรือนำไม้มาสวมโสร่งที่ป่าลุ่มน้ำสาละวิน เขตรอยต่อประเทศพม่าแลไทย ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐไม่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หรือไม่มีเอี่ยวเกี่ยวข้อง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ หรือจะไม่ตัดไฟแต่ต้นลม หรือจะไม่สามารถจับกุมกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องได้

แทบไม่น่าเชื่อที่ตัวละครเกี่ยวกับการขุด ซื้อ ขายและขนแร่เหล็กเถื่อนจะเป็นตัวละครเดียวกันกับการซื้อ ขายและขนแร่ทองแดงเถื่อนของบริษัท ทุ่งคำ จนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรง

บริษัท ฉางเถ่ พัฒนาการแร่ ที่เป็นตัวละครสำคัญในการขุด ซื้อ ขายและขนแร่เหล็กเถื่อนที่เมืองเลยเมื่อสองสามปีก่อน ในแฟ้มคดีของดีเอสไอบ่งชี้ว่ามีความสัมพันธ์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมกับบริษัทแร่เหล็กแห่งหนึ่งใน จ.เลย ของผู้มีอิทธิพลรายหนึ่ง ซึ่งเคยยื่นข้อเสนอกับ สมัย ภักดิ์มี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง ผู้มีบทบาทคัดค้านเหมืองแร่ทองคำและทองแดงของบริษัท ทุ่งคำ รบเร้าขอเจรจานำแร่ทองแดงออกจากเขตเหมืองแร่ที่บริษัท ทุ่งคำ ได้รับประทานบัตรบนภูทับฟ้าภูซำป่าบอน

แต่สมัยก่อนไม่สามารถรับปากแทนชาวบ้านคนอื่นได้ กระทั่งวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา นายทหารคนหนึ่งก็ได้นำชายชุดดำ 16 คน บุกข่มขู่ขอนำแร่ทองแดงออก โดยขอใช้เส้นทางภายในหมู่บ้าน หรือไม่ก็ต้องพังซุ้มประตูที่เชื่อมบ้านนาหนองบงระหว่างคุ้มใหญ่กับคุ้มน้อยออกไป สาระสำคัญที่นายทหารรายนี้พูดตะโกนเสียงดังฟังชัดต่อหน้าชาวบ้านก็คือเขามาขนแร่ให้กับผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งใน จ.เลย ที่รับซื้อแร่จากทุ่งคำไปแล้ว

แต่ผลสุดท้ายชาวบ้านก็รุกฮือขับไล่นายทหารรายนี้ออกไปจากหมู่บ้าน และไม่มีการขนแร่ทองแดงเกิดขึ้นในวันนั้น

“ตอนนี้บริษัทกำลังอยู่ในภาวะขาดทุน ผมพูดตรงๆ ถ้าปล่อยให้เขาทำต่อไปอีกหน่อยจนคืนทุน เขาจะได้ออกจากพื้นที่ของเราไป เพราะถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป ที่นี่อาจจะเป็นสมรภูมิเลือด” ถ้อยคำของ พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ อดีตประธานบริษัท ทุ่งคำ เมื่อปี 2551 ในงานสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตจากปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม : ศึกษากรณีจังหวัดเลย เหมืองทองคำ” เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2556 ณ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดังก้องเข้ามาระหว่างเขียนบทความนี้

ความเชื่อมโยงที่กล่าวมาทั้งหมดมาลงเอยตรงจุดที่ว่ามาตรา 103 วรรคแรก ของกฎหมายแร่ที่ระบุว่า “อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกให้ตามความในหมวดนี้ เมื่อปรากฏว่าได้มีการฝ่าฝืนบทแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือมีเหตุอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชน” จึงเกิดคำถามตามมาว่า อธิบดี กพร.ไม่รับรู้หรือว่าพื้นที่นี้มีความขัดแย้งจนเป็นเหตุกระทบถึงความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชนอยู่?

นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2556 เป็นต้นมา ชาวบ้านโดนบริษัท ทุ่งคำ ฟ้องถึง 7 คดีทั้งแพ่งและอาญา เรียกค่าเสียหายกว่าร้อยล้านบาท

ใช่เพียงแค่นักธุรกิจและนักการเมือง ตัวเชื่อมสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงทำงานได้ก็คือหน่วยงานราชการอย่าง กพร. ผู้ออกใบอนุญาตซื้อ ขายและขนแร่ทองแดงล็อตนี้ ทั้งๆ ที่ขัดต่อมาตรา 103 วรรคแรก ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ใบอนุญาตดังกล่าวนั้นจะให้โดยเงื่อนไขใดก็ตาม ต้องนับว่าเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ความรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 15 ต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 16 พ.ค.ขึ้นมา ซึ่ง กพร.ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท