posttoday
ไทยระทมพิษการเมืองต่างชาติมองพึ่ง"อัยการศึก"กดดันเจรจา

ไทยระทมพิษการเมืองต่างชาติมองพึ่ง"อัยการศึก"กดดันเจรจา

21 พฤษภาคม 2557

แทบจะในทันทีที่กองทัพไทยภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

แทบจะในทันทีที่กองทัพไทยภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศไทย เมื่อเวลาเช้ามืดของวันที่ 20 พ.ค. สื่อต่างชาติทุกสำนักซึ่งเกาะติดความเคลื่อนไหวของสถานการณ์การเมืองไทยอย่างต่อเนื่องต่างเร่งโหมกระพือรายงานประเด็นดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

เหตุผลเพราะระยะเวลายาวนานกว่า 7 เดือนที่ประเทศไทยต้องผจญความวุ่นวายขัดแย้งทางการเมืองจนแทบจะไร้ทางออก และขาดรัฐบาลที่มีอำนาจในการบริหารปกครองประเทศอย่างเต็มที่ กระทั่งฉุดรั้งไทยให้จวนเจียนหมิ่นเหม่ต่อภาวะสุญญากาศทางการเมืองการประกาศใช้กฎอัยการศึกของทหารหลังจากวางท่าทีนิ่งเฉยนิ่งเงียบมานาน จึงนับเป็นจุดพลิกผันครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของการเมืองไทย

ทหารจะแทรกแซงการเมืองอีกครั้งใช่หรือไม่ จะเป็นการก่อรัฐประหารอีกหรือเปล่า หรือประเทศไทยจะต้องมีรัฐบาลทหารปกครองอีกรอบ แล้วเศรษฐกิจไทยจะยังคงอยู่ดีหรือไม่ เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่เกิดขึ้นตามมาจากสื่อต่างชาติหลังรับทราบรายงานความคืบหน้าของไทย ควบคู่ไปกับการออกประกาศเตือนพลเรือนของประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเป็นหลัก

ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้อย่างแน่ชัด แต่สำหรับนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองไทย ต่างเห็นตรงกันว่า การประกาศกฎอัยการศึกของไทยขณะนี้เป็นเรื่องสมเหตุสมผล เนื่องจากสถานการณ์ของไทยในขณะนี้คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ต้องใช้กฎอัยการศึก

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ความขัดแย้งทางการเมืองไทยเดินมาถึงจุดที่ทหารจำเป็นต้องออกกฎอัยการศึกเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหันหน้าจับเข่าพูดคุยเจรจากันเพื่อหาทางออก

จอห์น แบล็กซ์แลนด์ นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ยุทธศาสตร์และการป้องกันศึกษาแคนเบอร์รา มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ระบุชัดว่า การออกกฎอัยการศึกเป็นทางเลือกไม่กี่ทางที่หลงเหลืออยู่สำหรับวิกฤตการเมืองไทยที่สถาบันปกครองหลักของประเทศอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมอย่างหนักจนไม่สามารถบริหารปกครองประเทศได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ความเห็นข้างต้นสอดคล้องกับ โทนี คาร์ตาลูชี ผู้สื่อข่าวและนักวิเคราะห์การเมืองไทย ซึ่งมองว่าความเคลื่อนไหวของทหารในครั้งนี้ไม่ใช่การก่อรัฐประหาร แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ หลังการชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อยาวนานหลายเดือนเริ่มบานปลายและนำมาซึ่งเหตุก่อการร้ายรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ พอล คัวเกลีย ผู้อำนวยการพีคิวเอ แอสโซซิเอทส์ บริษัทประเมินความเสี่ยงประจำกรุงเทพฯ มองว่า การก้าวเข้ามาของทหารจนถึงขณะนี้แล้วยังไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายที่แท้จริงของกองทัพเพียงแค่ต้องการให้การชุมนุมประท้วงในไทยขณะนี้ยุติลงโดยเร็ว ลดความตึงเครียดเพื่อบีบให้ทุกฝ่ายต้องพูดคุยเจรจา

ด้าน โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์บีบีซีแห่งอังกฤษ ประจำประเทศไทย ระบุว่า แม้การประกาศใช้กฎอัยการศึกของกองทัพไทยจะเป็นไปอย่างปัจจุบันทันด่วนจนน่าประหลาดใจ แต่การยืนกรานอย่างชัดเจนหนักแน่นของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเดียวเพื่อรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยภายในสังคมไทยเป็นหลัก ก็ช่วยให้เบาใจได้เปลาะหนึ่งว่าแนวโน้มความเป็นไปได้เรื่องรัฐประหารลดน้อยลง

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งยังเห็นตรงกันอีกว่า การปรากฏตัวของทหารตามท้องถนนซึ่งแสดงตัวอย่างชัดเจนว่ามาเพื่อรักษาความปลอดภัย ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นสถานการณ์จำเป็นที่ทหารจำต้องออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางการเมืองบานปลายกลายเป็นความรุนแรง รวมถึงใช้อำนาจภายใต้ขอบเขตที่มีอยู่ในมือกดดันให้กลุ่มที่เกี่ยวข้องต่างๆ หันหน้าเจรจาเพื่อหาทางออกให้เร็วที่สุดก่อนที่เหตุการณ์ในปัจจุบันจะกัดกร่อนศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศใช้กฎอัยการศึก ค่าเงินบาทไทยปรับตัวอ่อนค่าลงต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือน และดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวต่ำสุดลงมา 0.9% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่พบว่าไตรมาสแรกปีนี้หดตัวลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง

ยิ่งไปกว่านั้น เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัวมากยิ่งขึ้น หากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศและการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของนักลงทุน ท่ามกลางตัวเลขการส่งออกที่มีแนวโน้มลดลง

แน่นอนว่า การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยชนิดคุมเข้มของทหารน่าจะพอเป็นปัจจัยบวกของสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในปัจจุบัน ในแง่ที่ช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายได้ระดับหนึ่ง กระนั้นต้องไม่ลืมว่า การใช้กฎอัยการศึกภายใต้อำนาจบังคับบัญชาการของทหารก็ไม่ได้เป็นหนทางแก้ปัญหาขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างถาวร

และตราบใดที่ไทยไม่รีบฉวยโอกาสนี้จบปัญหาให้เร็วที่สุด ไทยก็อาจต้องเตรียมยอมรับความเสียหายหนักหน่วงที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมไว้แต่เนิ่นๆ เสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท