
ทหารรุกอีกขั้น-สกัดปลุกมวลชนเรียกแกนนไทกกลุ่มชี้แจง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
นอกจากการเรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง และผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากห้องประชุมกองทัพภาคต่างๆ และกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตแล้ว ในระดับพื้นที่ บรรดาแม่ทัพภาค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก และผู้บังคับการจังหวัดทหารบก ในฐานะ ผอ.รส.ระดับภาค และระดับจังหวัด ก็ได้ชี้แจงต่อหัวหน้าส่วนราชการในระดับรองลงมา รวมทั้งผู้บริหารสื่อท้องถิ่น และสถานีวิทยุชุมชน โดยมีประเด็นเน้นย้ำ 3 เรื่องใหญ่ คือ
1.ขอให้ส่วนราชการทุกส่วน สอดส่องดูแลมิให้กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ มีการเคลื่อนย้ายและนำไปใช้ในทางที่ผิด สร้างให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้
2.ขอความร่วมมือจากส่วนราชการที่มีกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธร อาสาสมัครรักษาดินแดน หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และอื่นๆ ให้รายงานสถานภาพภายในวันที่ 20 พ.ค. 2557 ส่วนกำลังตำรวจที่ส่งไปรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กทม. ให้เดินทางกลับทันที
3.ขอความร่วมมือสื่อมวลชน นำเสนอข่าวสารโดยไม่บิดเบือน เกิดความหวาดกลัวเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย
ขณะเดียวกันก็เตรียมเรียกแกนนำมวลชนทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ประกอบการขนส่งมารับฟังคำชี้แจง เพื่อป้องกันการปลุกระดมยั่วยุ และการเคลื่อนมวลชนออกจากพื้นที่
อำนาจของกฎอัยการศึกทำให้ความเคลื่อนไหวของมวลชนทุกฝ่าย ทั้งสนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลลดความเข้มข้นในทันที
ที่ จ.นครราชสีมา กลุ่ม กปปส.ที่ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ก็เลิกชุมนุมและรื้อเวทีในทันที เช่นเดียวกับกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งตั้งเวทีปราบกบฏเชิญชวนมวลชนร่วมชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะมาต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ยอมรื้อเวทีเลิกชุมนุมเช่นกัน รวมทั้งสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงต่างๆ ทั้งใน จ.อุดรธานี และอุบลราชธานี แม้จะยังไม่มีกำลังทหารเข้ามาควบคุมสถานี แต่ทุกแห่งก็ยุติการออกอากาศ คงมีเพียงสถานีวิทยุเพื่อมวลชน เรดการ์ด เรดิโอ จ.ปทุมธานี ในสังกัด วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ที่ยังออกอากาศ แต่ไม่ได้ปลุกระดมทางการเมือง มีเพียงการพูดถึงสถานการณ์ทั่วไปเท่านั้น
วรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า สถานีวิทยุชุมชนใน จ.สมุทรปราการ หลายแห่งถูกปิดและยกเครื่องส่งสัญญาณออกไปบ้าง หากประกาศกฎอัยการศึกเพื่อนำไปสู่การช่วยหรือเอนเอียงเข้าข้าง กปปส.ก็เท่ากับเลือกข้าง ถ้ามีความเป็นกลาง สถานการณ์ที่จะนำไปสู่การนองเลือดจะไม่เกิดขึ้น
วรวุฒิ รุจนาภินันท์ หรือ “แดงสองแคว” แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวว่า จะยังมีการเคลื่อนไหวใดๆ โดยจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนจะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง โดยดูว่าทหารมีการปฏิบัติเอนเอียงไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ รวมทั้งการงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ซึ่งคนเสื้อแดงกังวลใจว่าจะเป็นการปูทางเพื่อนำไปสู่การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง ซึ่งพร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหวในทันที รวมทั้งการกระทำใดๆ ก็ตามที่ไม่เป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตย จะระดมคนเข้าปิดล้อมศาลากลางจังหวัดแสดงออกถึงการไม่ยอมรับอำนาจ
ด้าน พิเชษฐ์ ทาบุดดา หรือดีเจต้อย สถานีวิทยุชักธงรบ อุบลราชธานี กล่าวว่า จะยุติการจัดรายการแสดงความเห็นทางการเมืองไประยะหนึ่ง เพื่อดูสถานการณ์
ขณะที่ จ.เชียงราย มีนายทหารเข้าพบ จิรนันท์ จันทวงษ์ เจ้าของสถานีวิทยุชุมชนคนรากหญ้าเพื่อประชาธิปไตยเชียงราย ขอให้ยุติการออกอากาศในช่วงนี้ ซึ่ง จิรนันท์ ยอมปฏิบัติตามโดยดี
พรหมพัฒน์ ธนกรกุลพิพัฒน์ ผู้ประสานงาน นปช.สุรินทร์ กล่าวว่า แบ่งการทำงานเป็น 2 ชุด ชุดแรกจะเป็นมวลชนสนับสนุน นปช.ส่วนกลาง อีกชุดหนึ่งจะทำงานใต้ดินต่อสู้กับระบอบอำมาตย์ เผด็จการซ่อนรูป ขณะนี้กำลังรอดูแนวทางของ นปช.ส่วนกลางว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นอกจากนี้ กำลังทหารในทุกพื้นที่ได้คุมเข้มสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลากลางจังหวัด โรงพยาบาล สถานีวิทยุและโทรทัศน์ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ รวมทั้งดูแลระบบสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและประปา ตลอดจนตั้งด่านตรวจค้นเพื่อสกัดการขนย้ายอาวุธและมวลชน







