
พท.ค้านกฏอัยการศึกทักษิณเตือนอย่าริดรอน
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ประกาศกฎอัยการศึกคุมพื้นที่ทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มเครือข่ายนักวิชาการเสื้อแดง ได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ประกาศกฎอัยการศึกคุมพื้นที่ทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มเครือข่ายนักวิชาการเสื้อแดง ได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การประกาศกฎอัยการศึกอาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะตามกฎหมายจะต้องทำเป็นประกาศพระบรมราชโองการ จึงขอให้กองทัพรักษาเกียรติยศที่จะกระทำการระยะสั้นครั้งนี้เพียงเพื่อระงับสถานการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น และไม่มีการทำลายสถาบันประชาธิปไตย
ขณะเดียวกัน ขอให้ผู้รับผิดชอบประกาศกฎอัยการศึกดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เป็นธรรม และนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วต่อไป และไม่มีกรณีใดๆ ที่วุฒิสมาชิกบางส่วนหรือ กลุ่มบุคคลใดจะผลักดันให้มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนอกรัฐธรรมนูญได้
นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาล กกต. และผู้รับผิดชอบประกาศกฎอัยการศึกเร่งหารือกันโดยด่วน เพื่อหาทางออกของประเทศตามหลักประชาธิปไตย ด้วยการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปโดยเร็ว
ด้าน กลุ่มนักวิชาการนิติราษฎร์ ออกแถลงการณ์ว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกของกองทัพบก ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เนื่องจากผู้บัญชาการทหารบก ไม่ใช่องค์กรเจ้าหน้าที่ผู้ทรงอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึกให้มีผลใช้บังคับตลอดทั่วราชอาณาจักร และไม่ได้กระทำในรูปของประกาศพระบรมราชโองการ รวมถึงเหตุการณ์ ยังไม่เกิดจลาจล ไม่ได้เกิดภาวะสงคราม ซึ่งเป็นความบกพร่องที่ร้ายแรงและเห็นประจักษ์ชัด จึงขอให้รัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบนำร่างพระบรมราชโองการยกเลิกประกาศกองทัพบกฉบับที่ 1 ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อยกเลิกทันที
ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตเตอร์ โดย ระบุว่าการประกาศกฎอัยการศึกถือเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ สำหรับผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยตลอดช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหวังว่าจะไม่มีฝ่ายใดก่อให้เกิดการลิดรอนสิทธิมนุษยชน และบ่อนทำลายกระบวนการทางประชาธิปไตยมากยิ่งไปกว่านี้
เช่นเดียวกับ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การดำเนินการของกองทัพบกดังกล่าว จะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลก็มีความมุ่งหวังที่จะเห็นความสงบเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยการดำเนินการจำเป็นต้องเป็นไปตามแนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่เลือกปฏิบัติ และให้มีความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง







