
ฝรั่งทิ้งหุ้นเผ่นหนีอัยการศึก
นักวิเคราะห์เชื่อผลกระทบแค่ระยะสั้นบาทอ่อนยวบแตะ32.60ต่อเหรียญสหรัฐ
นักวิเคราะห์เชื่อผลกระทบแค่ระยะสั้นบาทอ่อนยวบแตะ32.60ต่อเหรียญสหรัฐ
กองทุนต่างชาติเทขายหุ้นกว่า 8,000 ล้าน ฉุดดัชนีวูบ 1.13% เงินบาทสะดุ้งอ่อนตัวตาม
ตลาดหุ้นและตลาดเงินต่างมีปฏิกิริยาต่อการประกาศกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 20 พ.ค. โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดที่ระดับ 1,394.69 จุด ลดลง 15.94 จุด หรือ 1.13% ด้วยมูลค่าการซื้อขายถึง 43,251 ล้านบาท ระหว่างวัน ดัชนีร่วงต่ำสุดที่ 1,387.62 จุด แต่ลดลงเพียง 1.6% เมื่อเทียบกับการปฏิวัติปี 2549 ที่ดัชนีในช่วงนั้นลดลง 3% ในช่วง 2 วันหลังประกาศ และนับตั้งแต่มีตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นมามีการประกาศใช้กฎอัยการศึกเพียง 3 ครั้ง คือ ปี 2519 ปี 2534 และปี 2549 ซึ่งพบว่าโดยเฉลี่ย 1 วัน ดัชนีปรับลดลง 2.8% และ 1 สัปดาห์ ปรับลดลง 0.8% หลังการประกาศใช้
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า แรงขายของต่างชาติมากถึง 8,335 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงขายของกองทุนต่างประเทศที่ห้ามลงทุนในประเทศที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนผ่านกองทุน ซึ่งไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด จึงขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันนี้แรงขายของต่างชาติคงจะไม่มากเหมือนวันที่ 20 พ.ค. เมื่อพิจารณาจากแรงซื้อสุทธิที่เข้ามารอบระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย. ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท น่าจะทยอยขายออกอีกประมาณ 5,000 ล้านบาทเท่านั้น
ด้าน บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า การประกาศกฎอัยการศึกจะกดดันตลาดในระยะสั้นเท่านั้น และแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติไม่น่าจะรุนแรงมากนัก โดยดัชนีมีแนวรับสําคัญอยู่ที่ 1,374 และ 1,342 จุด
นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมาตรการรองรับกรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ทำให้ตลาดไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้
ขณะที่ค่าเงินบาทวันที่ 20 มี.ค.นั้น อ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 2 เดือน แตะระดับ 32.66 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลุดกรอบที่เคยเคลื่อนไหวตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ระดับ 32.20-33.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะกลับมาปิดตลาดในระดับ 32.54 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งนักค้าเงินธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่าเป็นเพราะนักลงทุนตกใจกับการเมือง จึงทยอยขายเงินบาทมาถือเงินเหรียญแทน
นายแอนดรูว์ โคลคูฮาวน์ หัวหน้าแผนกจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึกไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการจัดอันดับเครดิตของไทย ในทางตรงกันข้าม ยังอาจช่วยผ่าทางตันวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้ออีกด้วย ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อเครดิต คือไทยจะหลีกเลี่ยงความไม่สงบที่อาจรุนแรงหรือนองเลือดขึ้น และจะมีรัฐบาลที่สามารถออกนโยบายและงบประมาณ ได้หรือไม่







