
กลุ่มต้านกฎอัยการศึกจัดกิจกรรมที่หอศิลปฯกทม.
กลุ่มผู้ต่อต้านการประกาศใช้กฎอัยการศึกรวมตัวหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์
กลุ่มผู้ต่อต้านการประกาศใช้กฎอัยการศึกรวมตัวหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เวลาประมาณ 17.35 น.มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดรวมตัวผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมต่อต้านและคัดค้านการประกาศใช้กฎอัยการศึก ที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เขียนป้ายคัดค้าน และจะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ รวมถึงการจุดเทียนและร่วมเรียกร้องสันติภาพ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดจะสิ้นสุดในเวลา 19.00น.
นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ เจ้าของรถแท็กซี่ที่นำรถมาร่วมกิจกรรม กล่าวว่า สาเหตุที่นำรถแท็กซี่มาเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกซึ่งเป็นกฎหมายที่ล้าหลัง ทำให้ทหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือพลเรือนซึ่งสุ่มเสี่ยงนำไปสู่การรัฐประหารได้ ขณะที่เห็นว่าทหารควรทำงานภายใต้กฎหมายปกติและมีส่วนร่วมสนับสนุนการเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่รักษากฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบและสันติด้วยแนวทางกาเจราและเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง
ด้าน นายอานนท์ นำภา ผู้ร่วมกิจกรรม กล่าวว่า การรวมตัวกันในวันนี้ต้องการเรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก โดยมีความรุนแรงกว่าการประกาศใช้ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินและ พรบ. ความมั่นคง อีกทั้งมีลักษณะคล้ายกับการรัฐประหาร ดังนั้นต้องการให้ทหารกลับเข้ากรมหรือกองไปทำหน้าที่ของตนเอง
"ผู้ที่มาร่วมชุมนุนวันนี้ไม่ได้มีชื่อกลุ่มแบบทางการ โดยมีจุดยืนร่วมที่เหมือนกันคือเรียกร้องให้ทหารยกเลิกกฎอัยการศึก ซึ่งคนมามีทั้งที่ต้องการให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งและกลุ่มที่ให้เดินหน้าเลือกตั้ง ซึ่งความขัดแย้งระหว่างประชาชนเป็นความงดงามของประชาธิปไตยทหารไม่ควรมาเกี่ยวข้อง เพราะทุกครั้งที่มีทหารเข้าต้องเกิดการสูญเสียล้มตายของประชาชนเห็นตัวอย่างจากปี 2535 และ 2553"นายอานนท์กล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 18.45 น. ผู้ชุมนุมได้ร่วมจุดเทียนและยืนเรียงเป็นสัญลักษณ์สันติภาพ รวมทั้งติดกระดาษเขียนข้อความต่อต้านกฎอัยการศึกบนพื้น โดยแกนนำประกาศว่าจะนัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ค. นี้ หากทหารยังไม่ยกเลิกประกาศใช้กฎอัยการศึก
ทั้งนี้ผู้ชุมนุมได้ตะโกนตามแกนนำว่า "ไม่เอากฎอัยการศึก ไม่เอารัฐทหาร ไม่เอารัฐประหาร ทหารกลับเข้ากรมกองไป ต้องการเลือกตั้ง ต้องการประชาธิปไตย ประชาชนจงเจริญ"







