posttoday
สิ่งที่ต้องสั่งสอนลูกหลาน

สิ่งที่ต้องสั่งสอนลูกหลาน

21 พฤษภาคม 2553

หมอกควันยามเช้าที่พบไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติแต่เป็นควันไฟจากซากปรักหักพังตามจุดต่างๆที่ถูกเผาโดยฝีมือของคนใจร้ายไม่กี่คนที่ทำกับประเทศไทยของเรา

หมอกควันยามเช้าที่พบไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติแต่เป็นควันไฟจากซากปรักหักพังตามจุดต่างๆที่ถูกเผาโดยฝีมือของคนใจร้ายไม่กี่คนที่ทำกับประเทศไทยของเรา

โดย .....สมชัย  ศรีสุทธิยากร

ตื่นเช้ามาวันนี้  ประเทศไทยคงไม่เหมือนเก่าอย่างที่เธอเคยเห็น  หมอกควันยามเช้าที่พบไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติแต่เป็นควันไฟจากซากปรักหักพังตามจุดต่างๆที่ถูกเผาโดยฝีมือของคนใจร้ายไม่กี่คนที่ทำกับประเทศไทยของเรา  เมื่อออกไปนอกบ้าน ตามเส้นทางเกลื่อนกราดไปด้วยร่องรอยความบอบช้ำของเมือง  เสียงร่ำไห้ของผู้คนที่มีญาติพี่น้องสูญเสีย  อาคารร้านค้า ศูนย์การค้าและหน่วยงานราชการที่ถูกเผา และ ความหวาดกลัวในภัยอันตรายอย่างลึกๆ  เป็นภาพที่สร้างความฉงน     ว่าเราอยู่ในกรุงเทพมหานคร  หรืออยู่ในประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม

สิ่งที่ต้องสั่งสอนลูกหลาน ภาพประกอบข่าว

เธอคงไม่เชื่อหรอก  หากจะบอกว่า  ความเป็นเมืองที่สวยงาม  และความพินาศของเมืองและสังคมที่เห็นอยู่ตรงหน้า  มาจากมือของมนุษย์ได้ทั้งสองกรณี   มาจากความขัดแย้งในอุดมการณ์ทางการเมืองที่กินไม่ได้ แต่ทำให้ชาวบ้านฆ่ากันตายได้   มาจากความเชื่อที่ถูกปลุกปั่นจนกลายเป็นความคลั่งและพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ฝ่ายตนเองได้รับชัยชนะ  มาจากการ ขาดสติ  ไม่รู้ผิด ไม่รู้ถูก  ไม่รู้สิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ  รู้แต่ว่า เขาสั่งให้ทำ เขาจ้างให้ทำ ก็มุ่งมั่นดำเนินการสร้างความเสียหายต่อบ้านเมืองโดยไม่รู้จักแยกแยะ

วันหน้า  เมื่อเธอเติบใหญ่ขึ้น  สิ่งที่เธอเห็นในวันนี้จะต้องเป็นบทเรียนเพื่อไม่ทำให้ประเทศไทยวนกลับมาสู่ความเสียหายที่ใหญ่หลวงเช่นนี้อีก    และที่สำคัญกว่าภาพความเสียหายที่ต้องจดจำ  คือ  สิ่งที่อยู่ในใจ ต้องผนึกเป็นความคิดและอุดมการณ์ที่คิดถึงชาติบ้านเมือง  อย่าได้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวจนสังคมเสียหาย  และนี่คือสิ่งที่อยากให้เธอได้มีโอกาสรับรู้

ประการแรก    เธอจะเรียนหนังสือหนังสือเพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาความรู้ก็ไม่ว่าหรอก  เพราะความรู้จะเป็นสิ่งติดตัวเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้เธอเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต  แต่สิ่งสำคัญที่ควบคู่กันไป  คือ  ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม  มีสิ่งยึดมั่นใจจิตใจ  ที่สามารถแยกแยะความถูกผิดได้ด้วย  การกอบโกยหวังประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว  บริวารใกล้ชิด และลุ่มหลงมัวเมาในลาภยศ  อย่างคนบางคน  เป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่ามีเงินก็ใช่ว่าจะมีความสุข  แม้จะมีเงินเสวยสุขในต่างประเทศ  แต่ก็ถูกเสียงก่นด่าสาบแช่งจากคนทั้งสังคม  ชาตินี้คงไม่มีโอกาสกลับมาเหยียบถิ่นกำเนิด  หรือจะกลับมาได้ก็เมื่อเป็นเถ้าธุลีเท่านั้น 

ประการที่สอง  เธอต้องรู้จักเป็นคนที่มีเหตุผล  รู้จักฟังข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน  การสนใจติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็ดีอยู่  แต่การหมกมุ่นฟัง ดู อ่าน จากสื่อการเมืองที่เลือกข้าง  ใช้สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อความสำเร็จทางการเมืองของคนกลุ่มตัวเองคงต้องรู้จักหลีกเลี่ยง  หรือ หากจะฟัง ก็ฟังเพื่อการได้ข้อมูลมาพิจารณาในเชิงเหตุผล  การปิดหู ปิดตาตนเอง  ลุ่มหลงข่าวสารด้านเดียวที่ปลุกระดมกรอกหูทุกวัน  จะทำให้เธอกลายเป็นคนที่ไม่มีเหตุผล  มีความโกรธเกลียด เคียดแค้นชิงชัง   ใครพูดอะไรที่แตกต่างก็ไม่รับฟัง  มีโอกาสถูกชักจูงโดยจิตวิทยาหมู่ให้ทำความเสียหายต่อบ้านเมือง  เหมือนกรณีเผาบ้านเผาเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้

สิ่งที่ต้องสั่งสอนลูกหลาน

ประการที่สาม  จงพูดจากับผู้อื่นด้วยความสุภาพ  อ่อนน้อม ด้วยภาษาดอกไม้  ต้องเลิกเสียทีกับการชื่นชมถ้อยคำปลุกระดมที่หยาบคาย  ใส่ร้ายผู้อื่น  เลิกเสียทีกับการนิยมพฤติกรรมข่มขู่ก้าวร้าวแบบที่ผู้นำการชุมนุมชอบนำมาปลุกเร้าผู้ร่วมชุมนุม เพื่อให้ผู้อื่นเห็นว่าตนเป็นวีรบุรุษ   เลิกการนิยมสำนวนโวหารที่ฟังดูดีรื่นหูแต่ไม่สร้างสรรค์ใดๆต่อสังคม  การพูด การแสดงออกของเธอ  แม้จะเรียบง่าย แต่ต้องแฝงด้วยคุณค่าของความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์และเป็นการช่วยกันสร้างสรรค์สังคม 

ประการที่สี่   จงมีน้ำใจเป็นนักกีฬา   รู้กฎกติกาของสังคม  ใครชนะก็ต้องชื่นชมและให้โอกาสเขาในการทำงาน  ใครแพ้ ก็ต้องแสดงความเห็นใจไม่เหยียบย่ำ   เมื่อเราแพ้ก็ต้องหันมาดูมาปรับปรุงตนเองว่ายังอ่อนด้อยในเรื่องใด  และพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้นดีขึ้น  วันหน้าไปแข่งขันใหม่  ก็คงมีโอกาสได้ชัยชนะ  ไม่ใช่แพ้ในเกมส์แล้วมาชกต่อยคู่แข่งนอกเวทีอย่างนี้ใช้ไม่ได้    การแพ้ในเกมส์แต่ถ้าเราเล่นแบบเต็มความสามารถ เคารพกฎเกณฑ์กติกาไม่ตุกติก  ย่อมชนะใจคนดู จำเอาไว้

ประการที่ห้า   วันหน้าถ้าเธอได้มีโอกาสการเป็นผู้นำ  ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเล็กหรือใหญ่ หรือแม้กระทั่งอาจไปถึงการนำสังคมหรือประเทศ  ให้เธอคิดถึงผู้ตามของเธอให้มากๆ  เขาอาจไม่รู้เท่าเธอ  พูดไม่เก่าเท่าเธอ  แต่เขาเชื่อมั่นในสิ่งที่เธอทำ  ยิ่งพร้อมจะตาม พร้อมจะเป็นจะตายไปด้วยกันภายใต้การนำของเธอ  ยิ่งต้องคิดถึงเขาให้มาก ยิ่งอนาคตความเป็นความตายของผู้ตาม  ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ  เธอยิ่งต้องให้ความสำคัญต่อการนำมวลชน  ไม่ใช่ยามได้เปรียบก็ปลุกให้เข้มแข็งคึกคัก  พอยามใกล้พ่ายแพ้ ก็ทอดทิ้ง ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ร่วมรับผิดชอบ  ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น   อย่างนี้ไม่เรียกว่าผู้นำที่ดี  เป็นได้แค่คนฉวยโอกาสทางการเมืองเท่านั้น

สุดท้ายที่อยากจะบอกเธอไว้  คือ   ความเสียหายสูญเสียที่เกิดในวันนี้  คงต้องใช้เวลาอีกพอควรในการสร้างใหม่ให้คืนกลับมา อาจจะปีหรือสองปีสำหรับสิ่งก่อสร้าง  อาจจะห้าปีหรือสิบปีสำหรับการสมานความรู้สึกแตกแยกขัดแย้ง  แต่หากคนรุ่นเธอในอนาคตยังมีจิตใจเหมือนคนใจร้ายบางคนในสังคมปัจจุบัน  แม้จะสร้างใหม่ให้ดีเลิศเพียงไร  ก็เผาทำลายพินาศได้ในคืนเดียวเช่นกัน

                                                                                จากพ่อ

เช้าตรู่วันที่ 20 พฤษภาคม 2553

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท