posttoday
32สว.ยื่นศาลรธน.สอยครม.ทั้งคณะ

32สว.ยื่นศาลรธน.สอยครม.ทั้งคณะ

20 พฤษภาคม 2557

32สว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอยครม.ทั้งคณะ เหตุใช้พรก.ฉุกเฉินขัดรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายแทรกแซงกกต.

32สว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอยครม.ทั้งคณะ เหตุใช้พรก.ฉุกเฉินขัดรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายแทรกแซงกกต.

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว. สรรหา เปิดเผยว่า กลุ่มสว.จำนวน 32 คนได้เข้าชื่อตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 92 ประกอบมาตรา 182 วรรคสาม เพื่อขอให้ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้กระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 (7) หรือไม่ หลังจากพบว่าครม.ได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง  ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะมีการพิจารณาและยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 20 พ.ค.

ทั้งนี้นายไพบูลย์และคณะยังได้ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารจำนวน 6 รายงาน ประกอบด้วย 1.คำพิพากษาศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 19 ก.พ.  2.มติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ม.ค  3.เอกสารประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ 21 ม.ค.   4.แถลงการณ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 24 ม.ค. 5.สำเนาหนังสือ สตง. ลงวันที่ 16 พ.ค.  และ 6.เอกสารข่าวที่ศรส.แทรกแซงการทำงานของกกต. ลงวันที่ 2-3 ก.พ. 2557  และวันที่ 5 มี.ค. 2557

สำหรับเอกสารคำฟ้องของนายไพบูลย์และคณะได้มีการระบุสาระสำคัญที่เป็นเหตุให้ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งว่า การกระทำของครม. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 268 ว่าด้วยการมิให้ใช้อำนาจแทรกแซงข้าราชการจึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยว่าการกระทำลักษณะนี้เป็นเหตุให้รัฐมนตรีที่ร่วมอยู่ในคณะ รัฐมนตรีนั้นสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีทุกคนหรือไม่

ทั้งนี้ การออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงของ ครม. ก่อให้เกิดปัญหาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ 3 ประการ ได้แก่

1. ครม. ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับพวกของตนและพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดอยู่ ดังปรากฏตามที่กกต. ได้ออกแถลงการณ์ให้ ครม.ทบทวนการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าว เนื่องจากมีผลต่อการเลือกตั้ง

2.การดำเนินการของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้เป็นการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าที่ของ กกต.  ซึ่งเป็นข้าราชการที่มีหน้าที่ควบคุมจัดการเลือกตั้งโดยตรงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทั้งที่การควบคุมดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศรส.แต่อย่างใด ทำให้การดำเนินการของศรส.เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 266(1)

3.การออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งปรากฏตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง จึงเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติและจากการตรวจสอบพบว่า ไม่ได้เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา

ด้วยเหตุผลทั้ง 3 ประการ การกระทำของ ครม.  จึงเป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการ ปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชประจำ พนักงาน หรือลูกจ้างของสำนักงานกกต. ซึ่งเป็นหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างคะแนนความนิยมและความได้เปรียบให้กับตนเองและ พรรคเพื่อไทย ที่ครม. ในฐานะผู้ถูกร้องลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวจึงต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268  ประกอบมาตรา 266(1)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท