
ประยุทธ์สั่งกอ.รมน.คุมเข้มอาวุธสงครามทั่วประเทศ
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่ง กอ.รมน.คุมเข้มอาวุธสงคราม ทั่วประเทศ ห่วงการชุมนุมการเมืองแรงงดภารกิจลงใต้
"พล.อ.ประยุทธ์" สั่ง กอ.รมน.คุมเข้มอาวุธสงคราม ทั่วประเทศ ห่วงการชุมนุมการเมืองแรงงดภารกิจลงใต้
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ในการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวัน ศปก.ทบ. ที่ ร.1รอ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรอง ผอ.รมน. เป็นประธาน ได้สั่งการให้ควบคุมอาวุธสงครามในท้องถิ่น ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำว่าในช่วงนี้ต้องติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่ กทม.จึงยังไม่มีเวลาไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนใต้
โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ กอ.รมน.จังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ดำเนินการตรวจสอบและจัดทำบัญชีคุม ตรวจสอบเก็บปลอกกระสุน พิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจหา ดีเอ็นเอ ของผู้ครอบครองอาวุธ เพื่อจัดทำประวัติอาวุธสงคราม
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ช่วยกันปฏิบัติงานดูแลสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมระบุว่า เมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องเข้มแข็ง สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที การปฏิบัติงานต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนในระดับจังหวัด
โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด รับผิดชอบในการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพราะการประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต้องอาศัยความพึงพอใจของประชาชนมาพิจารณาด้วยเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามการปฏิบัติงานเชิงรุกมีการดำเนินการตลอด 24 ชม. ผู้บังคับหน่วยควรจัดระเบียบหมุนเวียนกำลังพลให้เหมาะสม ตามลำดับความเร่งด่วนของภารกิจแต่ละวัน เพื่อไม่ให้กำลังพลเกิดความเครียด หน่วยต้องติดตามคลี่คลายคดีทั้งสิ้น ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และพยายามป้องกันการเกิดเหตุให้ได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์สงคราม และไม่ใช่สถานการณ์การขัดกันด้วยอาวุธตามเงื่อนไขระหว่างประเทศ
ส่วนการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในพื้นที่ ขณะนี้ดำเนินการแล้ว คือ 1ดำเนินการด้านการข่าว 2 ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างบุคคล หรือ กลุ่มบุคคล 3ติดตามพฤติกรรมของคู่ขัดแย้ง ผลที่ได้รับคือ สามารถลดความขัดแย้งได้ 19 คู่จากจำนวน 36 คู่ และได้รับการส่งมอบอาวุธสงคราม จำนวน 6 กระบอก
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จากการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดในเขตเทศบาลเมืองยะลาเมื่อวันที่ 6-7 เมษายนที่ผ่านมา สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ จำนวน 24 ราย และผู้ต้องสงสัยให้การสารภาพ จำนวน 5 ราย ซึ่งหน่วยจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป







