posttoday
กทม.ตั้งศูนย์เยียวยาเหยื่อจลาจล 7 เขต

กทม.ตั้งศูนย์เยียวยาเหยื่อจลาจล 7 เขต

21 พฤษภาคม 2553

กทม.เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติ พร้อมตั้งศูนย์เยียวยาเหยื่อจลาจล 7 เขต ด้านสำนักโยธาเล็งทุบ 4 ห้างดัง

กทม.เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติ พร้อมตั้งศูนย์เยียวยาเหยื่อจลาจล 7 เขต ด้านสำนักโยธาเล็งทุบ 4 ห้างดัง

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.เตรียมยกร่างพื้นที่เขตภัยพิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด พร้อมกับจะตั้งศูนย์ประสานงานแก้ปัญหาพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 7 เขต ได้แก่ ปทุมวัน บางรัก คลองเตย วัฒนา ราชเทวี สาทร และดินแดง เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุจลาจลให้ไปลงทะเบียนที่สำนักงานเขต

ศูนย์ดังกล่าวตั้งขึ้นตามนโยบายของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดย กทม.จะมีการประเมินตัวเลขความเสียหายและจะประสานของบประมาณจากรัฐบาลในการฟื้นฟูทั้งด้านกายภาพและการเยียวยาจิตใจประชาชน  แม้ขณะนี้ ศอฉ.จะส่งมอบพื้นที่ให้ กทม.แล้วบางส่วน แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น กทม.จึงต้องชะลอการส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดในบางพื้นที่

ด้านนายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า จากการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารที่ถูกเพลิงไหม้จากการก่อจลาจล ในเบื้องต้นได้จัดแบ่งกลุ่มอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ออกเป็น 28 กลุ่มอาคาร ซึ่งขณะนี้สำนักการโยธาสามารถตรวจสอบอาคารรอบนอกได้เพียง 6 -7 อาคารเท่านั้น ส่วนอาคารในพื้นที่อันตรายยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้

“จากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามีอาคารที่เข้าข่ายเสียหายมาก ได้แก่ อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ อาคารเซ็นเตอร์วัน บิ๊กซีราชดำริ และสยามสแควร์” นายจุมพล กล่าว

นายจุมพล กล่าวว่า หลังจากนี้สำนักการโยธาจะแจ้งให้เจ้าของอาคารทราบถึงสภาพความเสียหาย และประสานกับหน่วยงานด้านวิศวกรรม ได้แก่ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย วิศวกรที่ปรึกษา และสมาคมตรวจสอบความมั่นคงอาคาร โดยหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคารแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1.ระดับที่มีความเสียหายมาก โดยโครงสร้างอาคารไม่สามารถซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องรื้อถอน 2.ความเสียหายปานกลาง โดยตัวอาคารยังอยู่ สามารถซ่อมแซมได้ แต่ต้องใช้เทคนิคทางวิศวกรรมขั้นสูง และ 3.เสียหายน้อย ไม่มีผลกระทบกับโครงสร้างอาคาร

อย่างไรก็ตาม นายจุมพล กล่าวว่า อาคารที่ยังสามารถเข้าตรวจสอบได้จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 พ.ค. ส่วนในเขตหวงห้ามต้องรอให้ ศอฉ.ส่งมอบพื้นที่ก่อน จากนั้นจะเร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน

“หาก กทม.ตรวจสอบอาคารทั้งหมดแล้วจะส่งเรื่องให้เจ้าของอาคารกำหนดแผนการซ่อมแซมอาคารเพื่อให้ กทม.พิจารณาว่าซ่อมได้หรือไม่ก่อนจะมีการออกใบอนุญาต” นายจุมพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท