posttoday
นิวัฒน์ธำรงไม่ลาออก"วุฒิสภา"เดินหน้ารัฐบาลอำนาจเต็ม

นิวัฒน์ธำรงไม่ลาออก"วุฒิสภา"เดินหน้ารัฐบาลอำนาจเต็ม

19 พฤษภาคม 2557

ผลหารือวุฒิสภา-รัฐบาล "นิวัฒน์ธำรง" ยืนยันไม่ลาออก อ้างขัดรัฐธรรมนูญ ด้านสว.ลั่นเดินหน้าให้มีรัฐบาลอำนาจเต็ม

ผลหารือวุฒิสภา-รัฐบาล "นิวัฒน์ธำรง" ยืนยันไม่ลาออก อ้างขัดรัฐธรรมนูญ ด้านสว.ลั่นเดินหน้าให้มีรัฐบาลอำนาจเต็ม 

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เวลา 13.45 น. นายวันชัย สอนศิริ สว.สรรหา และโฆษกคณะทำงานประสานงานองค์กรวุฒิสภา เปิดเผยว่า นายพีระศักดิ์ พอจิต สว.อุตรดิตถ์ และว่าที่รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง และ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ สว.สรรหา ได้รับมอบหมายจากนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ปฎิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ให้ไปหารือกับ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม โดยจากการหารือได้ข้อสรุปชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้วุฒิสภาเตรียมดำเนินการเพื่อให้ได้รัฐบาลอำนาจเต็มตามกรอบรัฐธรรมนูญต่อไป

"เมื่อทราบท่าทีที่ชัดเจนจากรัฐบาลอย่างนี้แล้ว วุฒิสภาก็จะเดินต่อไป เรามีแผนสอง แผนสาม ที่จะดำเนินการอีกโดยจะทำทุกอย่างให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้"นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทั้งหมดจะต้องนำมาหารือกับที่ประชุมสว.ในวันนี้ เพื่อให้ตกผลึกและขอความเห็นชอบร่วมกันจากที่ประชุมสว.

 

ขณะที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ข่าวรัฐบาลไทยเปิดเผยรายละเอียดการหารือ ของ นายนิวัฒน์ธำรง โดยระบุว่า นายนิวัฒน์ธำรง ได้ชี้แจงข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของคณะรัฐมนตรี และผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันเป็นคณะรัฐมนตรีที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 9/2557 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ให้รัฐมนตรีที่ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันให้ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็น คณะรัฐมนตรี วุฒิสภา ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ เป็นต้น จะต้องปฏิบัติตาม (รัฐธรรมนูญมาตรา 216) ส่วนนายนิวัฒน์ธำรง สามารถปฏิบัติหน้าที่และมีอำนาจเท่ากับตำแหน่งที่ทำหน้าที่ (นายกรัฐมนตรี) ได้ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 10 และมาตรา 48

ดังนั้น ขณะนี้จึงมีคณะรัฐมนตรี และผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างสมบูรณ์

สำหรับประเด็นที่ว่า กลุ่มบุคคลต่างๆต้องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง และให้มีอำนาจในการบริหารราชการได้อย่างเต็มที่ (ไม่ถูกจำกัดด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ) รัฐบาลได้ชี้แจงว่า ไม่สามามรถกระทำได้ เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีคณะรัฐมนตรีและผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว จะแต่งตั้งซ้อนไม่ได้ อีกทั้งการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มนั้น ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 และ 172 ประกอบกับอยู่ในระหว่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา พ.ศ.2556 ยังบังคับใช้อยู่ ซึ่งข้อเสนอแนะเรื่องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่อ้างว่า มีอำนาจเต็มนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะยังต้องถูกจำกัดอำนาจในการบริหารตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 จึงเป็นกรณีที่ไม่แตกต่างจากคณะรัฐฒนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน สรุปความว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จากการศึกษาข้อกฎหมายพบว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราอื่นใด ระบุเรื่องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีอีก

ส่วนประเด็นที่มีการขอให้คณะรัฐมนตรีลาออกนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติน้าที่ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 181 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2557 ที่กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่เหลืออยู่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ที่ประชุมเห็นพ้องด้วยกันว่า ทุกฝ่ายควรหาทางแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประเทศชาติ และประชาชนมากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ ทางรัฐบาลยินดีปรึกษาหารือกับวุฒิสภาและฝ่ายต่างๆตลอดเวลาเพื่อหาทางออกที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย โดยเร็วที่สุดต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท