posttoday
อดีตบิ๊กขรก.จี้ประยุทธ์นำทัพแก้วิกฤตประเทศ

อดีตบิ๊กขรก.จี้ประยุทธ์นำทัพแก้วิกฤตประเทศ

19 พฤษภาคม 2557

กปปส.เดินหน้าปฏิบัติการเรียกคืนอำนาจกลับมาเป็นของประชาชนครั้งสุดท้าย โดยอดีตข้าราชการอาวุโส เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. เป็นเจ้าภาพในการแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้น และให้ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา เร่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มโดยเร็วที่สุด ส่วนทางสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ประกาศให้สมาชิกสภาพนัดหยุดงานในวันที่ 22 พ.ค.

กปปส.เดินหน้าปฏิบัติการเรียกคืนอำนาจกลับมาเป็นของประชาชนครั้งสุดท้าย โดยอดีตข้าราชการอาวุโส เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. เป็นเจ้าภาพในการแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้น และให้ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา เร่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มโดยเร็วที่สุด ส่วนทางสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ประกาศให้สมาชิกสภาพนัดหยุดงานในวันที่ 22 พ.ค.

ทั้งนี้ หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ประชุมร่วมกับอดีตข้าราชการระดับสูงกว่า 250 คน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 พ.ค. จเด็จ อินสว่าง อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงว่า คณะข้าราชการอาวุโสเห็นว่าบ้านเมืองมีปัญหาต้องเร่งแก้ไข บ้านเมืองจะต้องมีนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจโดยเร็วเหมือนที่ประธานวุฒิสภาแถลงความเห็นไว้ จึงขอให้ สว.เร่งดำเนินการตั้งนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว

ขณะเดียวกัน ขอให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยปลัดกระทรวง อธิบดี เพื่อนข้าราชการ หรือแม้แต่รัฐมนตรีที่จะต้องกล้าหาญ สำแดงความเป็นข้าราชการที่รักความถูกต้องและเป็นธรรม ไม่ปฏิบัติหน้าที่ต่อการสั่งการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และรัฐบาลที่ขาดคุณธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ ทางกลุ่มจะยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) ขอให้เป็นเจ้าภาพเชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวง อธิบดีกรม ทูตานุทูตที่ประจำอยู่ทั่วโลก ประชุมหารือแสวงหาทางออกของประเทศ เพื่อประโยชน์ของประเทศ ถ้าไม่รีบแก้ไขร่วมมือกันแล้ว ประเทศชาติจะล่มสลาย

สำหรับอดีตข้าราชการระดับสูงที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ อาทิ กษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตและ รมว.ต่างประเทศ จตุรงค์ ปัญญาดิลก ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อรนุช โอสถานนท์ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ การุณ กิตติสถาพร อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ พันธุ์ชัย วัฒนะชัย อดีตรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นพ.ไพจิตร วราชิต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปรีชา วัชราภัย อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

ด้าน คมสัน ทองศิริ เลขาธิการ สรส. แถลงหลังหารือกับสุเทพเช่นกันว่า การต่อสู้ใช้เวลามาแล้วกว่า 6 เดือนเศษ จึงควรจบได้แล้ว โดยได้มีข้อกำหนดวิธีการรูปแบบขั้นตอนในการปฏิบัติการร่วมกับ กปปส. โดย 1.ขอให้สหภาพแรงงานทุกแรงงานออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับอำนาจของระบอบทักษิณ และข้าราชการที่เป็นของระบอบทักษิณต่อไป 2.ขอให้ขึ้นป้ายข้อความแสดงความไม่ยอมรับอำนาจของรัฐบาล และสนับสนุนให้มีรัฐบาลใหม่ ให้เป็นรัฐบาลของประชาชน

3.ให้องค์กรที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานแสดงสัญลักษณ์อารยะขัดขืน โดยการติดธงชาติที่รถ หรือสัญลักษณ์ธงชาติที่เป็นนกหวีด แสดงตัวตนให้ชัดว่าต่อต้านไม่รับคำสั่งของระบอบทักษิณ 4.ในวันที่ 1921 พ.ค. ขอให้แต่ละสหภาพที่เป็นแนวร่วมให้นำสมาชิกปฏิบัติการไล่ล่ารัฐมนตรีเพื่อคืนอำนาจ

5.ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นไป ให้สมาชิกสหภาพแรงงานนัดหยุดงาน และถ้ารัฐบาลยังไม่คืนอำนาจให้แก่ประชาชน จะปฏิบัติการขั้นสูงสุดที่แต่ละสหภาพแรงงานมีเครื่องมือที่จะปฏิบัติการขั้นสูงสุดเพื่อให้สำเร็จลุล่วงให้ประชาชนประสบชัยชนะ

ด้าน สุเทพ ระบุว่า ขณะนี้เหลือเพียงรัฐมนตรีทั้ง 24 คนที่ยังยึดอำนาจอยู่ ดังนั้น กปปส.จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิบัติการยึดอำนาจคืนประชาชน ที่ผ่านมาคิดว่าฝ่ายต่างๆ จะมีอำนาจช่วยคลี่คลายปัญหาได้ แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายวุฒิสภายังไม่สามารถดำเนินการให้มีนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศได้ กปปส.จึงตัดสินใจเดินหน้า โดยมีทางเลือกจำกัดต้องปฏิบัติด้วยตัวเอง

“ในวันที่ 19 พ.ค. จะพยายามเข้าให้ถึงตัวรัฐมนตรี ไม่ว่าจะไปทำงานที่ใด จึงขอย้ำว่า การต่อสู้ครั้งนี้ยึดหลักสันติไม่มีอาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง ใช้แต่พลังประชาชน อย่ากังวลว่าจะมีการทุบตี ประทุษร้าย ทั้งนี้ ใครรู้จักพรรคการเมืองพรรคใดก็ขอให้บอกพรรคนั้นให้รัฐมนตรีลาออก เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา อาจจะไปคุยกับ บรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อขอให้รัฐมนตรีของพรรคลาออก” สุเทพ ระบุ

ข่าวล่าสุด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด