
วุฒิสภาไม่กล้าหักยื้อตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่
หลังเดินหน้าหาทางออกให้ประเทศโดยผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากส่วนต่างๆ
หลังเดินหน้าหาทางออกให้ประเทศโดยผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากส่วนต่างๆ เช่นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม องค์กรเอกชน อธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ มา 5 วันเต็มๆ ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. วุฒิสภาไม่ได้แถลงให้ชัดเจนว่า จะตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามข้อเสนอของ กปปส.เมื่อใด โดยได้แถลงเพียงเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการดังนี้
1.ให้แก้ไขปัญหาวิกฤตชาติโดยคืนความสงบสุข สมานฉันท์ ด้วยการจัดให้ปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ซึ่งต้องมีนายกฯ และรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็ม
2.ให้รัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลและพรรคการเมืองให้ความร่วมมือกับวุฒิสภาในการหาทางออกให้ประเทศภายใต้หลักการร่วมมือของคนในชาติ และลดเงื่อนไขความรุนแรง
3.วุฒิสภาพร้อมจะทุ่มเทการทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง จะนำความเห็นมาพิจารณาประกอบ หากจำเป็นจะอาศัยข้อบังคับเปิดประชุมเป็นกรณีพิเศษเพื่อได้นายกฯ ตามกรอบรัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ตามประเพณีทั้งของสากล และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของไทย
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล และทุกภาคส่วน จะร่วมกันตระหนักถึงวิกฤตชาติและฝ่าฟันให้ได้ เราหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะยอมเสียสละและลดละความคิดดั้งเดิม ให้การร่วมมือของวุฒิสภาในการก้าวไปข้างหน้า” สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาแถลง
อย่างไรก็ตาม หลัง สุรชัย แถลงจบ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ซึ่งมาติดตามการแถลงของ สว.ถึงกับส่ายหน้า ก่อนขึ้นปราศรัยที่หน้ารัฐสภาว่า ได้ยินคำตอบแล้วว่า รอต่อไป ซึ่งจะบอกว่า วันนี้ วินาทีนี้ ที่ได้ยินคำตอบ รู้สึกดีใจมากที่ไม่ต้องพบกันในสภาอีกต่อไป
“ผมดีใจ ที่ได้เลิกเล่นการเมืองทั้งชีวิต เพราะเบื่อคำพูดแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพได้ยินว่าพูดได้อย่างไร เราก็ไม่อยากคุยกับคุณอีกต่อไปแล้ว ขอบคุณที่ช่วยแถลงให้ทราบว่าในที่สุดคุณก็ยังเกรงใจคนมากเหลือเกิน จากนี้เราจะคิดหาวิธีของเราจะได้ไม่ต้องเล่นลิ้นกับใคร ทำตามประสาเราเป็นไงเป็นกัน” สุเทพ กล่าว พร้อมได้นำมวลชนกลับเวทีหลักที่หน้าสหประชาชาติ
ขณะที่มวลชน กปปส.ต่างไม่พอใจคำแถลงของวุฒิสภา โดย ทวี สุรฤทธิกุล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ปราศรัยบนเวที กปปส. ว่า จากนี้ไปหากมีการปฏิรูปจะขอเสนอ ยกเลิกวุฒิสภา ไม่เอาแล้ว สว. อย่าอยู่ให้รกโลก รกประเทศไทย อยู่ไปไร้ความหมาย สว.นั้นคือสวะ เพราะอยู่ไปก็ไร้ค่า ไร้ประโยชน์ และแสดงให้เห็นว่ากลัวอำนาจอิทธิพลของระบอบทักษิณ
ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ส่วนมาตรา 181 ระบุว่า คนที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 180 ให้ทำหน้าที่รักษาการ จนกว่ารัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่รัฐบาลกลับไปอ้าง มาตรา 181 เป็นหลัก และมาตรา 180 บอกชัดว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามมาตรา 172 และ 173 ให้เห็นชอบบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นการบอกว่าห้ามสรรหาคนใหม่นั้นไม่จริง
อภิสิทธิ์ ยังได้ระบุถึง คุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ 1.เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย โดยผู้ที่ทำหน้าที่สรรหานายกฯ เฉพาะกาล จะต้องไปสอบถามฝ่ายต่างๆ ที่เป็นคู่ขัดแย้งว่าบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมานี้เป็นที่ยอมรับหรือไม่ 2.ไม่ควรสังกัดหรือเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง และน่าจะประกาศด้วยว่าจะไม่ลงเลือกตั้ง 3.ต้องเป็นบุคคลที่มีความเชื่อที่จะนำพาประเทศเข้าสู่การปฏิรูป และกลับสู่ระบบการเลือกตั้ง เพราะถ้าเป็นคนที่ไม่มีใจที่จะปฏิรูปเลย เข้ามาอยู่เฉยๆ คงแก้ปัญหาไม่ได้
ทางด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการ ศอ.รส. ระบุว่า การที่ สุเทพ ปราศรัยว่า รัฐบาลชุดนี้มิชอบด้วยกฎหมายนั้นไม่จริง เพราะหากไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอาญาคงไม่อนุมัติหมายจับตามที่ ศอ.รส. และดีเอสไอ ร้องขอ กลับกันการที่ สุเทพจะเอาประธานศาลต่างๆ มาพิจารณานายกฯ ตามมาตรา 7 ไม่มีใครเอาด้วย
“ขอถาม สุเทพ เอาอย่างนี้หรือไม่ ที่บอกว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศจะเอารัฐบาลคนกลางมาปฏิรูปนั้น มาทำประชามติกันหรือไม่ว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับ สุเทพ หรือเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ให้มีการเลือกตั้งก่อนแล้วค่อยปฏิรูป ผมจะพูดกับรัฐบาลให้ จะได้จบกัน จะได้รู้ว่าประชาชนเลือกแนวทางใหน” ร.ต.อ.เฉลิม ระบุ







