
พรฎ.เลือกตั้งยังไร้อนาคต
ความคืบหน้าในการจัดการเลือกตั้งยังไร้ความชัดเจน
ความคืบหน้าในการจัดการเลือกตั้งยังไร้ความชัดเจน ล่าสุด ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใดเพราะการหารือระหว่าง กกต.กับรัฐบาล 2 ครั้งที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ และยังต้องถามฝ่ายความมั่นคงด้วยว่าสามารถดูแลความเรียบร้อยในการเลือกตั้งได้หรือไม่่
“กกต.ไม่อยากพูดเรื่องสถานการณ์อีก หากพูดมากก็จะถูกกล่าวหาว่าโยกโย้ การที่สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระบุว่า จะมีการคัดค้านของประชาชนใน 1520 จังหวัดหากมีการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่เราต้องหาแนวทางในการป้องกัน จึงยังไม่สามารถจะบอกได้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อใด” ศุภชัย ระบุ
ศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้รอการประสานงานจากรัฐบาลที่จะพูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์นั้น คงต้องถามระดับเจ้าหน้าที่ก่อน เพราะเรื่องของการเลือกตั้งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ควรเป็นการพบปะพูดคุยกัน จะเป็นการดีกว่า เผื่อมีรายละเอียดที่ต้องถกเถียงกัน เช่น เรื่องของผู้ที่จะมีอำนาจในการทูลเกล้าฯ ถวายร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ที่มีข่าวว่ารองนายกรัฐมนตรี ก็เคยเป็นผู้รับสนองฯ มาแล้ว ซึ่งเหตุการณ์อาจจะเหมือนกันแต่เหตุข้อเท็จจริงแตกต่างกัน ก็ต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจ รวมถึงประเด็นที่อาจเห็นต่างกัน จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
อย่างไรก็ตาม กกต.ไม่ต้องการยื้อการเลือกตั้ง แต่การพูดคุยระหว่างรัฐบาลและกกต.ที่ไม่สำเร็จนั้นไม่ใช่ความผิด กกต. เพราะก่อนประชุมทราบแล้วว่า กปปส.จะเดินทางมาที่โรงเรียนนายเรืออากาศ กกต.จึงได้เสนอรัฐบาลว่า หากผู้ชุมนุมมาถึงให้เชิญแกนนำผู้ชุมนุมเข้าหารือกับ กกต.และรัฐบาล แต่เมื่อถึงเวลารัฐบาลได้แจ้งขอให้ยุติการประชุมและออกจากห้องประชุมไปก่อน
สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า การประชุมร่วมกับรัฐบาลเมื่อวันที่ 14 และ 15 พ.ค.ไม่ประสบความสำเร็จนั้น มิได้มีสาเหตุมาจากการที่ กกต.พยายามยื้อไม่ให้มีการประชุม แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากฝ่ายรัฐบาล
ทั้งนี้ กกต.ได้เชิญรัฐบาลมาร่วมประชุมกับ กกต.เพื่อปรึกษาเงื่อนไขการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ให้มีการประชุมในวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ในเวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต. แต่รัฐบาลประสานขอย้ายสถานที่เป็นหอประชุม โรงเรียนนายเรืออากาศ โดยอ้างเหตุผลความปลอดภัยของฝ่ายรัฐบาล
จากนั้น รัฐบาลกำหนดวันหารือใหม่เป็นวันที่ 15 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ และ กกต.ทั้ง 5 คนได้เดินทางไปประชุมยังสถานที่ที่รัฐบาลเป็นผู้เลือกเอง แม้ว่า กกต.จะมีการทักท้วงว่าอาจมีความไม่ปลอดภัยต่อผู้ประชุม แต่รัฐบาลยืนยันในมาตรการการรักษาความปลอดภัย
สุดท้าย วันที่ 15 พ.ค. เวลา 10.30 น. ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ได้มาแจ้งรายงานสถานการณ์ว่ามีม็อบเข้ามา สมควรเลิกประชุม ทำให้นิวัฒน์ธำรง ประกาศยุติการประชุม และรีบออกไปทันที
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ระบุว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง หาก กกต.ไม่ทำจะผิดกฎหมาย แจ้งจับเอาเข้าคุกไป ตอนนี้มีคนแจ้งความแล้ว รัฐบาลรอ กกต. หากไม่ทำก็แล้วแต่คุณ
พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะ ศอ.รส. แถลงผลประชุมว่า ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนับสนุนแนวทางตามรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยด้วยการผลักดันให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชอบธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย อันจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองในขณะนี้ได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ศอ.รส.เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการกระทำในสิ่งที่นอกเหนือกฎหมาย โดยเฉพาะการพยายามแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะไม่สามารถทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่คลี่คลายลงได้ แต่กลับจะเพิ่มความขัดแย้งและความแตกแยกมากขึ้นในหมู่ประชาชนผู้เห็นต่าง และยึดถือในบทบัญญัติของกฎหมาย
ด้าน จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.นี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้จริง เพราะ กกต.ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง และประเทศก็เดินหน้าไม่ได้ แต่อย่ามาโทษว่า นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ที่สามารถรับสนอง พ.ร.ฎ. กำหนดวันเลือกตั้งได้ รวมถึงรัฐบาลรักษาการ ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ส่วนอำนาจอย่างอื่นต้องขอ กกต.อนุมัติ เพราะฉะนั้นบ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้ กกต.ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง
ประธาน นปช. ระบุว่า สุเทพ ประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่าสามารถล้มการเลือกตั้งได้ 1516 จังหวัด ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด หากประเทศไม่พร้อมให้มีการเลือกตั้ง ให้มีการทำประชามติ หากประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางของ นายสุเทพ นปช.จะหยุดเคลื่อนไหวทันที แต่หากประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับ สุเทพ กปปส.ก็ต้องหยุดด้วยเช่นกัน







