
ไทย-เขมรขยายเวลาเปิดด่านช่องสายตะกู
บุรีรัมย์-ไทย-เขมรเห็นชอบขยายเปิดจุดการค้าช่องสายตะกูบุรีรัมย์เพิ่มเป็น 3วันพร้อมผลักดันเป็นด่านถาวร
บุรีรัมย์-ไทย-เขมรเห็นชอบขยายเปิดจุดการค้าช่องสายตะกูบุรีรัมย์เพิ่มเป็น 3วันพร้อมผลักดันเป็นด่านถาวร
เมื่อวันที่16พ.ค.57 นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.บุรีรัมย์ กล่าวภายหลังนำคณะหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานด้านความมั่นคงเดินทางไปร่วมเจรจาหารือกับผวจ.อุดรมีชัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝั่งประเทศกัมพูชาที่จ.อุดรมีชัย เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าจากการเจรจาหารือของตัวแทนทั้งสองประเทศต่างเห็นชอบร่วมกันที่จะขยายวันเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่บริเวณช่องสายตะกูต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 3 วัน คือวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น. จากก่อนหน้านี้จะเปิดเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันศุกร์และวันเสาร์เท่านั้น โดยจะเริ่มเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ เพื่อให้ประชาชนของทั้ง 2ประเทศได้นำสินค้ามาชื้อขายแลกเปลี่ยน และส่งออกสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้จากข้อมูลยังพบว่าในช่วงแรกที่มีการเปิดจุดผ่อนปรนช่องสายตะกูมียอดเงินสะพัดจากการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 – 500,000 บาท แต่ปัจจุบันมียอดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ละกว่า 1 ล้านบาท ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศที่นำสินค้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันมีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายธงชัย กล่าวว่า หลังการขยายวันเปิดจุดผ่อนปรนดังกล่าวเพิ่มเป็น 3 วันแล้วก็จะมีการติดตามประเมินผลว่ามีปัญหาอุปสรรค หรือได้รับการตอบรับอย่างไรเพื่อนำไปเป็นแนวทางการผลักดันยกระดับให้เป็นด่านการค้าชายแดนถาวรเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เพื่อเปิดทำการค้าขายในเชิงพาณิชย์เหมือนกับจังหวัดอื่นที่ติดชายแดนทั้งเชื่อว่าหากเปิดเป็นจุดการค้าชายแดนถาวรแล้วจะเป็นกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศทั้งจะกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและระดับประเทศให้กระเตื้องขึ้นทั้งนี้จากสถิติพบว่าปัจจุบันจ.บุรีรัมย์มีรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยวปีละ 1,400 ล้านบาท หากสามารถเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรได้จะทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวพุ่งเป็นปีละ 2 พันล้านบาท







