posttoday
วุฒิสภาร้อนระอุชูนายกฯ กู้วิกฤต

วุฒิสภาร้อนระอุชูนายกฯ กู้วิกฤต

16 พฤษภาคม 2557

เข้าสู่เส้นตายวันนี้กับภารกิจหาทางออกให้ประเทศของสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เข้าสู่เส้นตายวันนี้กับภารกิจหาทางออกให้ประเทศของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามที่ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมนอกรอบชุดใหญ่เพื่อ ลงมติอย่างไม่เป็นทางการ ว่าจะเลือกเดินหน้าฝ่าวิกฤตที่เป็นอยู่อย่างไร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางไหน แต่ละย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความเปราะบาง

ที่สำคัญ ความพยายามของวุฒิสภารอบนี้ ถือได้ว่าเป็นความหวังสุดท้าย ที่หลายฝ่ายตั้งความหวังว่าจะพาสังคมหลุดพ้นจากวังวนความขัดแย้ง เมื่อความพยายามหาทางออกจากประเทศมีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ องค์กรเอกชน ภาควิชาการ ฯลฯ กลับไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ เมื่อคู่ขัดแย้งต่างยืนยันในจุดยืนของตัวเอง

ต่างจาก “วุฒิสภา” ที่มีอำนาจหน้าที่ ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่ยังคงสถานะอยู่ในปัจจุบัน ย่อมทำให้การผลักดันการแก้ปัญหาเป็นไปได้ง่ายขึ้น แต่ยากที่จะผลักดันไปจนสุดทาง ท่ามกลางความเห็นขัดแย้ง ที่ยื้อกันระหว่างฝ่ายที่ต้องการ เลือกตั้งก่อนปฏิรูป กับ เลือกตั้งหลังปฏิรูป ที่ต่างฝ่ายต่างมีมวลชนสนับสนุนของตัวเอง

ในขณะที่องค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่พอจะมีส่วนช่วยนำพาประเทศก้าวพ้นวิกฤต กลับถูกดิสเครดิตเคลื่อนไหวไม่รับอำนาจ จนไม่อาจเป็นกลไกคลี่คลายสลายความขัดแย้งที่เป็นอยู่

แต่กระนั้น การกระโดดมารับ “เผือกร้อน” ของวุฒิสภารอบนี้ต้องตามมาสู่แรงเสียดทานอย่างหนัก เพราะไม่ว่าจะดำเนินการหาทางออกอย่างไร ย่อมไม่อาจเป็นที่ถูกใจของทุกฝ่าย แถมยังสุ่มเสี่ยงที่จะถูกเล่นงานตามช่องกฎหมายที่ยังเห็นต่างกัน โดยเฉพาะกระแสความพยายามผลักดันนายกฯ คนกลาง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7

ปัญหาเวลานี้ อยู่ที่สภาพไม่สมประกอบของวุฒิสภา เมื่อตำแหน่งประธานวุฒิสภาของ นิคม ไวยรัชพานิช ว่างลงหลังถูกชี้มูลต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน แม้ต่อมาที่ประชุม สว.ชุดใหม่จะมีมติเลือกสุรชัยมาทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาเต็มตัว แต่ยังติดขัดในขั้นตอนทูลเกล้าฯ ถวาย ทำให้สุรชัยยังเป็นเพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา อันจะเป็นประเด็นถกเถียงว่าจะมีอำนาจเท่าประธานวุฒิสภา โดยเฉพาะเมื่อทางออกที่วุฒิสภาจะเดินไปนั้นต้องใช้สถานะประธานวุฒิสภา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือของวุฒิสภา เพราะต้องยอมรับว่า สว. ที่ร่วมกันคิดหาทางออกประเทศนั้น ส่วนหนึ่งโดยเฉพาะกลุ่ม 40 สว. ถือเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลชัดเจน หลายคนเคยร่วมเคลื่อนไหวขึ้นเวทีปราศรัยกับ กปปส.

แม้จะเป็นเพียงแค่บางส่วนของ สว. แต่ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ สว.โดยรวม และอาจเป็นปัจจัยให้แนวทางการแก้ไขปัญหาถูกมองว่าเข้าข้างฝ่าย กปปส. และทำให้ข้อเสนอที่ช่วยกันขบคิดหาทางออกต้องเป็นหมันไปในที่สุด

โดยเฉพาะกับแนวทางข้อเสนอนายกฯ มาตรา 7 ที่ถูกมองว่าเป็นการรับลูกจาก กปปส. แม้ในที่ประชุมจะเสียงแตกมีทั้งฝ่ายที่เห็นควรให้ใช้อำนาจวุฒิสภา เทียบเคียงกฎหมายใกล้เคียงเลือกนายกฯ ใหม่ตามมาตรา 172, 173 เมื่อไม่มีสภาผู้แทนราษฎร หรือบางฝ่ายที่เห็นว่าหากผลักดันนายกฯ มาตรา 7 สุดท้ายปลายทางอาจกระทบเบื้องพระยุคลบาทในที่สุด

แต่ภาพการเคลื่อนไหวที่สอดรับระหว่างวุฒิสภาและ กปปส. ยังมีให้เห็นต่อ อย่างจากการประชุมนอกรอบของ สว.นัดแรกที่รัฐสภา สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ทำหนังสือขอเข้าชี้แจงในที่ประชุม แม้จะถูกเบรกเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบภาพลักษณ์ ส่งผลให้เสียเป้าหมายใหญ่ แต่ก็ยังเปิดให้สุเทพเข้ามาชี้แจงกับสุรชัยและ สว.บางส่วนในห้องรับรอง

ล่าสุด กปปส.ยังขีดเส้นให้วุฒิสภาเร่งปิดเกมให้ได้ภายในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ไม่เช่นนั้น กปปส.จะเคลื่อนไหวเอง ยิ่งทำให้ภาพการเคลื่อนไหวของ สว.มีเงาทะมึนของ กปปส.อยู่เบื้องหลัง จนมีเสียงสะท้อนจาก สว.บางคนว่า กำลังสอยมะม่วงจะหล่นอยู่แล้วกลับมีคนมา แย่งสอย เหล่านี้ล้วนไม่เป็นผลดีกับการทำหน้าที่ของ สว.

ส่องดูแผนการเคลื่อนไหวของ สว.ที่ผ่านมา ยังคงเน้นไปที่การพูดคุยกับตัวแทนฝ่ายต่างๆ ทั้งภาคการศึกษา 12 องค์กร อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเมือง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. ศาลฎีกา ศาลปกครอง กกต. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาจนถึงตัวแทนเหล่าทัพ และข้าราชการ ฯลฯ

แต่เสียงสะท้อนที่ออกมายังไม่มีความชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปทางไหน เบื้องต้นดูเหมือนจะขานรับกับรัฐบาลเฉพาะกิจที่มารับหน้าที่ปฏิรูปประเทศ ให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด คือ 612 เดือน แต่ยังติดขัดในรูปแบบว่า จะเดินต่อไปอย่างไร

ปัญหาส่วนหนึ่งอยู่ที่หากไม่ใช้มาตรา 7 มาเป็นเครื่องมือฝ่าวิกฤต จะใช้ช่องทางไหนซึ่งยังเป็นโจทย์ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในแง่กฎหมายและความเป็นไปได้ ที่รัฐบาลรักษาการจะยอมรับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

คำตอบของวุฒิสภาในวันนี้จึงถือเป็นความหวังสุดท้ายที่จะนำพาสังคมหลุดพ้นวิกฤต ป้องกันความรุนแรง และสูญเสียจากการเผชิญหน้าระหว่างมวลชนสองฝ่าย และยับยั้งไม่ให้อำนาจนอกระบบเข้ามา ซ้ำเติมปัญหา ที่เป็นอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท