posttoday
ประณามความรุนแรง

ประณามความรุนแรง

16 พฤษภาคม 2557

นับตั้งแต่กลุ่ม กปปส.ชุมนุมทางการเมือง เมื่อปลายเดือน ต.ค. 2556 จนถึงปัจจุบันกว่า 7 เดือน เกิดเหตุใช้อาวุธสงคราม ปืนพก ขว้างประทัดยักษ์และระเบิดใส่พื้นที่ชุมนุม มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้วจำนวนมาก

นับตั้งแต่กลุ่ม กปปส.ชุมนุมทางการเมือง เมื่อปลายเดือน ต.ค. 2556 จนถึงปัจจุบันกว่า 7 เดือน เกิดเหตุใช้อาวุธสงคราม ปืนพก ขว้างประทัดยักษ์และระเบิดใส่พื้นที่ชุมนุม มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้วจำนวนมาก

เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สุด คือ การปาระเบิดและกราดยิงใส่เวทีชุมนุม กปปส. อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2557 มีเด็กเสียชีวิต 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 35 ราย ชั่วข้ามคืนก็เกิดเหตุปาระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชประสงค์ ห่างจากเวทีชุมนุมของ กปปส. เพียง 100 เมตร มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นเด็ก 2 ราย ยิ่งไปกว่านั้นความรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธสงครามและระเบิด ยังลุกลามขยายไปถึงองค์กรอิสระ ศาลยุติธรรม และต่อเนื่องมาเป็นระยะๆ จนถึงขณะนี้

ล่าสุด การยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่กลุ่มการ์ด กปปส.บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้วกราดยิงเอ็ม 16 เข้าซ้ำ เมื่อช่วงย่ำรุ่งวันที่ 15 พ.ค. มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย พฤติการณ์ก่อเหตุในลักษณะนี้ มิใช่แค่ข่มขู่ ทำลายขวัญกันในทางการเมืองเท่านั้น แต่เป็นการจงใจให้เกิดความสูญเสีย

การใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องที่ต้องประณาม ใช่เพียงแค่การมุ่งหมายทำร้ายถึงขั้นบาดเจ็บ เสียชีวิต แต่จุดมุ่งหมายการใช้ความรุนแรงทำลายผู้เห็นต่าง คือการละเมิดสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ที่ทุกฝ่ายมีจุดยืนเพื่อความถูกต้อง เพื่อความยุติธรรม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นคือการทำลายกรอบกติกาการเผชิญความขัดแย้งด้วยสันติ

สังคมไม่อาจเลี่ยงความขัดแย้ง ดัชนีวัดระดับการพัฒนาทางสังคมที่สำคัญคือ วิธีการจัดการความขัดแย้งของสังคม ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่าง ต่อฝ่ายตรงข้ามในทางการเมือง จึงเป็นสิ่งที่ต้องประณาม และนำตัวผู้ละเมิดมาลงโทษให้ได้อย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นมิให้มีการใช้วิธีการดังกล่าวอีก ไม่ว่าต่อฝ่ายใดก็ตาม

ในภาวะเช่นนี้ รัฐบาลรักษาการจึงต้องตระหนักว่าการรักษาความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน เป็นภาระหน้าที่สำคัญ สำคัญยิ่งกว่าการพยายามผลักดันให้มีการเลือกตั้งดังที่พยายามทำกันอยู่ในขณะนี้เสียอีก

ประชาชนบางกลุ่มที่มองเห็นความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล สามารถปฏิเสธอำนาจของรัฐบาลนั้นได้ แต่รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยชีวิตของประชาชนทุกผู้คนอย่างเท่าเทียมกันได้ ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะยอมรับหรือปฏิเสธอำนาจรัฐ

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลรักษาการจะต้องมีนโยบายป้องกันความรุนแรงที่มีประสิทธิภาพ ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลาม และทุกฝ่ายจะใช้ความรุนแรงต่อกัน ซึ่งถึงเวลานั้นอำนาจรัฐย่อมหมดความหมาย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน