posttoday
"เทฟลอน" ไทย หมดมนต์ขลังเตรียมรับพิษการเมืองฉุดศก.

"เทฟลอน" ไทย หมดมนต์ขลังเตรียมรับพิษการเมืองฉุดศก.

16 พฤษภาคม 2557

เทฟลอน ไทยแลนด์ เป็นคำที่ โทมัส ฟูลเลอร์ นักข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

เทฟลอน ไทยแลนด์ เป็นคำที่ โทมัส ฟูลเลอร์ นักข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แห่งหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ก ไทมส์ ใช้อธิบายถึงภาวะที่ไม่ว่าประเทศไทยจะผ่านวิกฤตเลวร้ายมากี่ครั้ง แต่คนไทยก็พร้อมจะลืมเหตุการณ์เหล่านั้นและกลับมาเริ่มต้นใหม่เสมอ แม้แต่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติก็ยังให้ความเชื่อมั่นและกลับมาเสมอหลังวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไปจนประเทศไทยสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว

เสมือนกระทะเทฟลอนที่สามารถเช็ดล้างได้หมดจดไร้คราบ และดูเหมือนว่าเศรษฐกิจไทยจะมีภูมิต้านทานพิเศษที่ทำให้ไม่อ่อนไหวไปตามความผันผวนของการเมืองมากนัก

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันจะไม่สามารถลอยตัวเหนือการเมืองเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป เนื่องจากปัจจัยด้านความแตกแยกทางการเมืองที่ยกระดับรุนแรงขึ้นและปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกซ้ำเติมเข้ามา

ทั้งนี้ นักวิชาการหลายสำนักให้ความเห็นตรงกันว่า ความวุ่นวายทางการเมืองในปัจจุบันนั้นไม่เหมือนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เนื่องจากความขัดแย้งถูกยกระดับและขยายวงกว้างมากขึ้น จนสังคมไทยแตกแยกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่การประนีประนอมระหว่างสองขั้วทางการเมืองนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เห็นได้จากความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลที่ปักหลักเคลื่อนไหวมา 6 เดือนกว่า พยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อล้มรัฐบาลให้ได้

ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลก็ยังคงยืนกรานในจุดยืนที่จะสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและต่อต้านรัฐประหาร พร้อมยืนยันจะใช้ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ โดยทั้งสองฝั่งไม่มีท่าทีจะปรับทัศนคติด้านความแตกต่างทางการเมืองแต่อย่างใด

ความแตกแยกดังกล่าวไม่ได้จำกัดวงอยู่แต่เฉพาะระดับผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองเท่านั้น แต่ขยายวงกว้างไปเป็นความขัดแย้งระหว่างคนที่อยู่ต่างภูมิภาค ความขัดแย้งระหว่างคนจากสองชนชั้นที่มีพื้นฐานทางความคิดแตกต่างกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นอกจากนี้ ความแตกแยกครั้งนี้ยังหยั่งรากลึกในสังคมไทยจนเห็นได้ชัดเจนมากกว่าครั้งใดๆ ตัวอย่างเช่น เหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวทางภาคเหนือครั้งล่าสุดก็ยังมีการเชื่อมโยง วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะภาคเหนือเป็นดินแดนของตระกูลชินวัตร แทนที่จะเป็นความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งแตกต่างจากกรณีมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 หรือภัยพิบัติสึนามิปี 2547 ที่เต็มไปด้วยธารน้ำใจของเพื่อนร่วมชาติที่พร้อมจะช่วยเหลือกัน และไร้การแบ่งแยกทางการเมืองแต่อย่างใด

กอปรกับการตัดสินใจปรับลดการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งนับเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังจากที่ซบเซามานานตั้งแต่วิกฤตซับไพรม์ปี 2552 ทำให้นักลงทุนตัดสินใจลดการลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทยลง และหันกลับไปลงทุนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ แม้กระทั่งนักลงทุนรายใหญ่อย่างญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างยาวนานก็เริ่มเปรยๆ แล้วว่าอาจต้องย้ายฐานการผลิตรถยนต์ไปยังอินโดนีเซีย หลังจากที่ต้องประสบทั้งภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่และความวุ่นวายทางการเมือง

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้นักลงทุนจะสามารถผ่านเหตุการณ์อันเลวร้ายต่างๆ มาได้โดยไม่หวั่นไหวมากนัก ก็เนื่องจากนักลงทุนคุ้นชินกับภาวะความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถผ่านวิกฤตไปได้เหมือนเช่นทุกครั้ง

ในปัจจุบัน ประเทศไทยรักษาความเป็นเทฟลอนได้อีกต่อไป เห็นได้จากการที่นักลงทุนได้ชิงเทขายสินทรัพย์ในไทยไปแล้วอย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวและดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อนในรอบ 10 ปี

โดยสกุลเงินบาทปรับตัวอ่อนลงเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 3233 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สวนทางกับวิกฤตก่อนหน้านี้ที่ค่าเงินบาทสามารถรักษาเสถียรภาพไว้ได้

ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนนี้ก็ร่วงลงถึง 4% ซึ่งถือว่าเป็นตลาดหุ้นเพียงแห่งเดียวของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสอดรับกับความเห็นของธนาคาร อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ผู้ติดตามตลาดตราสารหนี้ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างใกล้ชิด เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในขณะนี้ที่นักลงทุนต่างชาติลดการถือสินทรัพย์ลง

โดยผลตอบแทนตราสารหนี้อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงจากที่ 4.2% เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.5% ในปัจจุบัน ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย โดยผลตอบแทนตราสารหนี้ในมาเลเซียอยู่ที่ 4% ขณะที่อินโดนีเซียอยู่ที่ 8% และอินเดียอยู่ที่ 8.8%

การขาดภาวะเทฟลอน ไทยแลนด์ ในขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวขั้นรุนแรง จนอาจขยายตัวต่ำกว่า 3% ในปีนี้ ซึ่งถือว่าขยายตัวต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเลยทีเดียว

ทั้งนี้ แม้การหมดสภาพการเป็นเทฟลอน ไทยแลนด์ จะส่งผลให้เกิดการเทขายสินทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็เป็นเพียงนักลงทุนระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจไทยมากนัก เนื่องจากนักลงทุนเหล่านี้เข้ามาหาโอกาสเก็งกำไรเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อเกิดความวุ่นวายทางการเมืองหรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ นักลงทุนเหล่านี้จะเทขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่

อย่างไรก็ดี หากความวุ่นวายทางการเมืองยังคงยืดเยื้อต่อไป ก็มีความเป็นไปได้ว่านักลงทุนระยะยาวที่เป็นการลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) อาจต้องย้ายฐานการลงทุนเช่นกัน

แน่นอนว่าหากเป็นเช่นที่คาดการณ์ไว้ข้างต้น สภาพเศรษฐกิจไทยอาจถึงกาลวิบัติอย่างไม่ต้องสงสัยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท