
ตำรวจประเมินเสี่ยงซ้อมใหญ่รับมือม็อบ
สถานการณ์มวลชนไม่น่าวางไว้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (บช.ภ.6) พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ซึ่งมวลชนทั้งสองฝ่ายต่างก็มีฐานกำลังและมีการเคลื่อนไหวที่ก้ำกึ่งกัน จึงเปิดโครงการฝึกกองร้อยควบคุมฝูงชนเข้มแข็งระดับกองพัน โดยระดมกำลังพลกองร้อยควบคุมฝูงชนจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี รวม 875 นาย เข้ารับการฝึก
สถานการณ์มวลชนไม่น่าวางไว้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (บช.ภ.6) พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ซึ่งมวลชนทั้งสองฝ่ายต่างก็มีฐานกำลังและมีการเคลื่อนไหวที่ก้ำกึ่งกัน จึงเปิดโครงการฝึกกองร้อยควบคุมฝูงชนเข้มแข็งระดับกองพัน โดยระดมกำลังพลกองร้อยควบคุมฝูงชนจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี รวม 875 นาย เข้ารับการฝึก
นอกจากนี้ ยังมีตำรวจภูธรตัวแทนอีก 6 จังหวัดในพื้นที่ บช.ภ.6 ที่ไม่ได้ร่วมฝึกเข้าร่วมสังเกตการณ์อีก 36 นาย เพื่อเตรียมความพร้อมกองร้อยควบคุมฝูงชน เป็นการทดสอบระบบการสั่งการ กระบวนการวางแผนกองร้อยควบคุมฝูงชน
พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รอง ผบช.ภ.6 กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงปิดศาลากลางจังหวัดและสถานที่ราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ตำรวจจึงต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านในการสกัดการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถานที่ราชการและบุคคลสำคัญ แต่ยังคงเน้นใช้การเจรจา โดยจะใช้แผนรักษาความสงบเรียบร้อย (กรกฎ 52) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้น
“แนวโน้มสภาพการณ์ปัจจุบันและอนาคต การชุมนุมประท้วงมีลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กร มีการพัฒนารูปแบบวิธีการโดยใช้อาวุธ เด็ก และสตรีมากขึ้น การใช้กำลังควบคุมฝูงชนจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ให้มีความเข้าใจตามแผนรักษาความสงบเรียบร้อย (กรกฎ 52) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” รอง ผบช.ภ.6 กล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จำลองเหตุผู้ชุมนุมบุกยึดศาลากลางจังหวัด มีการนำประทัดมาจุดโยน จุดไฟเผา ใช้อาวุธทุบตีเจ้าหน้าที่ มีการสนับสนุนรถดับเพลิงจากเทศบาลนครนครสวรรค์ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเพื่อป้องกันไม่ให้บุกเข้าไปด้านในศาลากลางจังหวัดได้







