
สุเทพยกม.13ย้ำวุฒิสภาเสนอนายกฯได้ตามรธน.
สุเทพย้ำกปปส.ไม่ได้ต้องการนายกฯมาตรา7 พร้อมยกมาตรา 132 ระบุวุฒิสภามีอำนาจเสนอนายกฯอยู่แล้ว ขอใช้ดุลพินิจเลือกคนดีมาปฏิรูปประเทศ
สุเทพย้ำกปปส.ไม่ได้ต้องการนายกฯมาตรา7 พร้อมยกมาตรา 132 ระบุวุฒิสภามีอำนาจเสนอนายกฯอยู่แล้ว ขอใช้ดุลพินิจเลือกคนดีมาปฏิรูปประเทศ
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เวลา 21.00น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีที่ถนนราชดำเนินนอกตอนหนึ่งระบุว่า ขณะนี้มีคนอ้างว่า มวลมหาประชาชนต้องการนายกรัฐมนตรีมาตรา 7 แต่ข้อเท็จจริงที่เคยเรียนให้พี่น้องได้ทราบก็คือ ขณะนี้เหลือวุฒิสภาเพียงสภาเดียวที่ต้องทำหน้าที่เสนอนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 และมาตรา 172 ไม่ได้มีคำว่ามาตรา7 เลย เมื่อปี2516 จอมพลถนอม กิตติขจร ออกไปจากประเทศ ตำแหน่งนายกฯว่างลง รองประธานสภานิติบัญญัติในขณะนั้นเป็นผู้กราบบังคมทูลฯชื่อนายกฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกฯ ซึ่งตรงนี้เป็นมาตรา7ที่ระบุว่าเป็นไปตามประเพณีการปกครอง
"เราไม่ได้พูดเลยว่าจะไปทำอะไรให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท นี่ไม่ใช่เรื่องการขอพระราชทานนายกฯให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท แต่เป็นการเลือกนายกฯตามองค์กรที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะ วุฒิสภา สามารถเสนอชื่อนายกฯได้เมื่อไม่มีสภาผู้แทนราษฎร"นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพกล่าวอีกว่า มวลมหาประชาชนฝากความหวังไว้กับวุฒิสภา เมื่อวุฒิสภาเข้าประชุม เราจะไปเชียร์สนับสนุนให้ทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชน เพราะขณะนี้มีคนฝ่ายอื่น มีสมุนทรราชมาข่มขู่ประธานวุฒิสภาและสว.
"ขอบอกไปถึงสว.ว่า เราเคารพในดุลพินิจ และการตัดสินใจของท่านเราจะไม่ไปก้าวก่ายเสนอชื่อนายกฯ แต่วิงวอนว่า ขอให้ใช้ดุลพินิจเพื่อเห็นแก่ชาติเห็นแก่แผ่นดิน อย่าเลือกคนของพรรคการเมือง นักการเมือง เอาคนดีที่สามารถมาทำหน้าที่นายกฯ แก้ไขปัญหาของประเทศและกล้าที่จะปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชน"นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพกล่าวว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการยึดสภา เพราะมวลมหาประชาชนแค่ประกาศอย่างเปิดเผยให้ทราบว่า จนเมื่อแน่ชัดว่า วุฒิสภาไม่ทำหรือทำไม่ได้ด้วยเหตุอะไรก็ตาม ประชาชนจึงจะลงมือด้วยตัวเอง
"ที่เราประกาศจะเรียกใครต่อใครมารายงานตัว พูดไปให้เท่ห์ไปอย่างงั้น จริงๆแล้วเราเป็นคนสุภาพ แต่ผมเป็นกำนันเลยต้องพูดให้มันดูขึงขัง กราบเรียนไปถึงพี่น้องข้าราชการทั้งหลายว่า ถ้าประชาชนปฏิบัติการยึดคืนอำนาจสำเร็จ ขอกราบเรียนเชิญมาปรึกษาหารือกันเพื่อตั้งรัฐบาลของประชาชน เพื่อประโยชน์ของทุกคน"นายสุเทพกล่าว
อนึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 132 บัญญัติไว้ว่า ในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือสภาผู้แทนราษฎร ถูกยุบ จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ เว้นแต่เป็นกรณีดังต่อไปนี้
(1) การประชุมที่ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตามมาตรา 19 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 23 และมาตรา 189 โดยถือคะแนนเสียงจากจำนวนสมาชิกของวุฒิสภา
(2) การประชุมที่ให้วุฒิสภาทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้
(3) การประชุมที่ให้วุฒิสภาทำหน้าที่พิจารณาและมีมติให้ถอดถอนบุคคลออกจาก ตำแหน่ง







