
บุกเดี่ยวจี้ชิงเงินแบงก์เชิดกว่า2แสนหนี
ปทุมธานี-คนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินธนาคารย่านปทุมธานีกวาดเงินกว่า 2 แสนบาท ก่อนขี่จักรยานยนต์หนี
ปทุมธานี-คนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินธนาคารย่านปทุมธานีกวาดเงินกว่า 2 แสนบาท ก่อนขี่จักรยานยนต์หนี
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจาก ด.ต.สุทักศน์ สุขเฉย เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ บมจ.ธนาคารธนชาติ สาขารังสิต-คลองสาม ตั้งอยู่เลขที่ 20/24-28 ถนนรังสิต-นครนายก ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี ว่าเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าชิงเงินภายในธนาคารแล้วหลบหนีไป ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น
ทั้งนี้ต่อมาพ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ ผกก.สภ.ธัญบุรี พตอ.สุนทร หิมารัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและ พตท.อิทธิรัฐ ศักดิ์เพชร สารวัตรเวรสอบสวน รุดเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น พบว่าภายในอาคารมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารทั้งชายและหญิงยืนคอยเจ้าหน้าที่อยู่ ด้วยอาการตกใจ
จากการสอบสวนพนักงานธนาคารรายหนึ่งในเบื้องต้นทราบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ของ บมจ.ธนาคารธนชาติ กำลังทำงานรับฝากถอนเงินตามปกติอยู่นั้น ได้มีคนร้ายสวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเข้าผ้าใบสีขาว สวมหมวกกันน๊อคสีขาวแบบเต็มใบ และสวมถุงมือสีขาว บุกเดี่ยวเข้ามาในธนาคาร จากนั้นกระโดดข้ามเคาเตอร์เข้าไปกวาดเงินจำนวนกว่า 2 แสนบาทใส่ถุงหูหิ้ว แล้ววิ่งออกจากนั้นไปยังรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกรู๊ปปี้ไอ หมายเลขทะเบียน จตย 309 กทม.ที่จอดไว้หน้าธนาคาร ขับหลบหนีออกไป ซึ่งใช้เวลาในการก่อเหตุเพียง 1 นาที
ด.ต.สุทัศน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำธนาคาร กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุนั้นไม่ได้อยู่หน้าธนาคาร เพราะเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง แต่ระหว่างที่อยู่ในห้องน้ำก็ได้ยินเสียงพนักงานร้องเสียงดังด้วยความตกใจว่าคนร้ายบุกปล้นจึงรีบออกมาแต่ก็ไม่ทันเพราะคนร้ายไปหลบหนีไปรวดเร็วจึงได้ใช้วิทยุแจ้งเหตุไปยัง สภ.ธัญบุรี เพื่อแจ้งผู้บังคับบัญชาและให้สกัดจับคนร้ายแต่ก็ไม่ทัน
ด้านพ.ต.อ.สุนทร ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งของ ภ.จว.ปทุมธานี และชุดสืบสวน สภ.ธัญบุรี ลงพื้นที่และกระจายกำลังกันออกหาข่าว รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามพื้นที่ต่างๆที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี อีกทั้งรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุนั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าว มีนายธวรรค์ ปัญญาเหล็ก มีชื่อเป็นผู้ครอบครอง
อย่างไรก็ตามพบว่านายธวรรค์ นั้นเสียชีวิตไปนานแล้ว จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปว่าเป็นรถที่ใช้ทะเบียนปลอมหรือเป็นรถที่อาจถูกโจรกรรมมา ซึ่งขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป







