
วุฒิสภาใกล้ตกผลึกเสนอนายกฯ
สว.เผยใกล้ตกผลึกเสนอนายกฯ เผยตามกฎหมายวุฒิสภาสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องใช้รัฐธรรมนูญมาตรา7ประกอบด้วย
สว.เผยใกล้ตกผลึกเสนอนายกฯ เผยตามกฎหมายวุฒิสภาสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องใช้รัฐธรรมนูญมาตรา7ประกอบด้วย
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายอภิชาต ดำดี สว.กระบี่ ในฐานะคณะทำงานประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงผลสรุปการหารือระหว่างสว.กับกลุ่มปลัดกระทรวงต่างๆและผู้นำเหล่าทัพว่า จากที่มีการตั้งประเด็นว่า ส่วนราชการต่างๆมีปัญหาการบริหารราชการในกระทรวงหรือหน่วยงานหรือไม่นั้น ทางหน่วยงานความมั่นคงชี้แจงว่า ในพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 50 ที่ระบุว่า อำนาจการรักษาราชการแทน มีข้อยกเว้นมิให้ใช้บังคับแก่ราชการในกระทรวงที่เกี่ยวกับทหาร ดังนั้นภาวะขณะนี้ถือว่าไม่เป็นปัญหา
นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า ขณะที่หน่วยงานส่วนราชการพูดถึงการใช้งบประมาณกระทรวงว่า มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาหรือดำเนินการตามยุทธศาสตร์เท่านั้น ส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำไม่มีข้อขัดข้อง อย่างไรก็ตามทั้งฝ่ายราชการและฝ่ายความมั่นคงเห็นด้วยที่ควรให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารราชการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ไม่ปกติ แต่มีข้อเน้นย้ำคือการดำเนินงานต้องให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
นายอภิชาติ กล่าวว่า ในขั้นตอนทางกฎหมายมีการชี้แจงและค่อนข้างตกผลึกว่า วุฒิสภาสามารถดำเนินการได้ โดยใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเทียบเคียงคือ มาตรา132(2)ว่าด้วยวุฒิสภาทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้มาเทียบเคียงกับมาตรา171 และ172 ว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ต้องมีการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ที่ว่าด้วยประเพณีการปกครองมาใช้ประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม ผลของการหารือยังไม่ถือว่าเป็นข้อสรุปเพราะต้องนำไปให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาและเสนอแนะความเห็นอีกครั้ง
“ในแนวทางต่างๆนั้นจะต้องพิจารณาถึงกรอบการทำงาน ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่และเป้าหมายความสำเร็จ หลักการเบื้องต้นรัฐบาลคนกลางที่ได้มาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ ต้องเป็นผู้วางแผนการปฏิรูปประเทศและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จากนั้นให้มีการเลือกตั้ง ให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการปฏิรูปประเทศระยะยาว”นายอภิชาติ กล่าว







