
การเมืองไทยยังไร้ทางออก
แม้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีมติเป็นเอกฉันท์ลงดาบถอดถอนอดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมทั้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จากการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรมและการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ความวุ่นวายทางการเมืองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง แถมมองแล้วเชื่อว่าน่าจะทวีความรุนแรงขึ้นด้วย
แม้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีมติเป็นเอกฉันท์ลงดาบถอดถอนอดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมทั้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จากการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรมและการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ความวุ่นวายทางการเมืองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง แถมมองแล้วเชื่อว่าน่าจะทวีความรุนแรงขึ้นด้วย
ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนักยังติดตามความคืบหน้าการหาทางออกให้กับวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อมานานนับ 10 ปีของไทย เมื่อคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายต่างก็ยึดมั่นในความคิดของตน และไม่มีทีท่าว่าจะยอมประนีประนอมหรือหันหน้าเข้ามาคุยกัน
คลิฟฟอร์ด คูแนน จากไอริชไทมส์ อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ว่า การเลือกตั้งตามกำหนดเดิมวันที่ 20 ก.ค.นี้ น่าจะเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาความวุ่นวายและการปฏิรูปจะดำเนินไปได้ก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มชุดใหม่มาบริหารประเทศ แถมยังระบุด้วยว่า การตั้งสภาประชาชนตามความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังจุดชนวนให้เกิดความวุ่นวายด้วย
ขณะที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลก็เดินหน้ากดดันวุฒิสภาให้สรรหารัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศ โดยอ้างว่ารักษาการนายกฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะสั่งการการบริหารราชการแผ่นดิน
เช่นเดียวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่รายงานในประเด็นเดียวกันว่า รัฐบาลเชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ พร้อมทั้งระบุด้วยว่าวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานได้คุกคามเศรษฐกิจให้ถดถอยและทำให้เกิดความกังวลแก่คนส่วนใหญ่ว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ท่ามกลางความไม่ชัดเจนในสถานะและอำนาจของ นิวัฒน์ธำรง ที่ทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีว่าจะนำพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งขึ้นทูลเกล้าฯ ได้หรือไม่ อย่างไรก็ดี รอยเตอร์สเชื่อว่า อย่างไรเสียรัฐบาลก็เดินหน้าเลือกตั้งแน่นอน
สวนทางกับกลุ่มผู้ชุมนุนต่อต้านรัฐบาลที่ประกาศคว่ำบาตรการเลือกตั้งและจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับการเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านยังเชื่อว่าอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังมีอิทธิพลอย่างมาก และอาจจะใช้เงินทุ่มลงไปในการเลือกตั้งอีก จึงต้องการให้เกิดการปฏิรูปเพื่อกำจัดสิ่งที่แกนนำ กปปส.เรียกว่า ระบอบทักษิณ ออกไปก่อนที่จะเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
ทว่ากลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาลก็ประกาศกร้าวว่า กลุ่มเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวทันที ถ้ามีการปลดรัฐบาลออกจากอำนาจและแต่งตั้งผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาดำรงตำแหน่งแทน
แม้หลายฝ่ายคาดว่าความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ทหารออกมาปฏิวัติ แต่สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีต่างก็รายงานข่าวตรงกันโดยอ้างคำพูดของ เอมี ซีไรท์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่กล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า กองทัพไทยจะไม่ก่อรัฐประหารเพื่อยุติปัญหาวุ่นวายทางการเมือง







