
ไฟไม่กลับ
ไม่ทราบว่าถึงวันนี้ ประเทศของเราจะมีรัฐบาลใหม่และนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วหรือยัง
ไม่ทราบว่าถึงวันนี้ ประเทศของเราจะมีรัฐบาลใหม่และนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วหรือยัง
ที่ชัดเจนมากกว่า คือ อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งขึ้นเครื่องบินจากไปแล้ว น่าจะเป็นการไปแล้วไปลับ ไม่หวนกลับมาหาเราอีก
บ่ายวันที่ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้เธอพ้นจากตำแหน่ง และก่อนที่เธอจะจากไป เธอออกทีวีอ่านแถลงการณ์ที่ได้เตรียมมาไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี
วันนั้นเธอสวยและแต่งกายดีเช่นเคย แต่อากัปกิริยาและภาษากายกลับไม่สง่างามเหมือนที่หลายคนสังเกตเห็นตลอด 2-3 เดือนก่อนหน้านั้น
ในช่วงก่อนหลุดจากตำแหน่ง คนที่ช่างสังเกตบางคน แม้จะไม่ชอบเธอเป็นการส่วนตัว แต่ก็ยอมรับว่าเธอดูมีสง่าราศีและมีอำนาจบารมี เหตุผลที่ถูกยกขึ้นมามี 2 ประการ
หนึ่ง เธอได้เล่นบทที่เธอถนัดและตีบทแตก คือ บทดื้อตาใส ยืนยันและตอกย้ำความชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้ง
สอง เธอมีความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้น ซึ่งอาจมาจากความเชื่อตามตำราโหราศาสตร์บางตำราว่า ฟ้าลิขิตให้เธอทำการใหญ่และเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาสู่บ้านเมือง
หมอดูตามตำรานี้บอกว่า ดวงชะตาของเธอแข็งกว่าของคุณทักษิณ ชินวัตร เสียอีก และอำนาจบารมีที่เคยอยู่ในตัวคุณทักษิณ ได้เปลี่ยนถ่ายมาอยู่ในตัวของเธอ ทำให้เธอดูโดดเด่นขึ้น ในขณะที่คุณทักษิณดูหงอยและเสื่อมถอยลง
ตัวผมไม่ใช่หมอดูและไม่มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์ เท็จจริงอย่างไรและน่าเชื่อถือแค่ไหน โปรดพิจารณากันเอาเอง
ประเด็นที่ผมอยากพูดถึงในวันนี้ คือ ในการออกอากาศครั้งสุดท้ายของคุณยิ่งลักษณ์ เธอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เธอบอกว่าไม่ทราบว่ามีการกระทำความผิด และหากมี ก็เป็นความผิดของผู้ใต้บังคับบัญชาที่เธอมอบหมายหน้าที่ให้ไปแล้ว
คนไทยที่เคยอยู่ต่างประเทศมานานคนหนึ่ง ได้ฟังคุณยิ่งลักษณ์แล้วรู้สึกขัดอกขัดใจเป็นอย่างยิ่ง เขาบอกว่ามันสะท้อนระบบที่บกพร่องจริยธรรม และตัวบุคคลที่บกพร่องภาวะความเป็นผู้นำ
เขาบอกต่อไปว่า ถ้าเขาเป็นโค้ชของคุณยิ่งลักษณ์ เขาจะให้เธอยืนยันว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องทำตามหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไม่ได้กระทำผิด แต่หากมี ข้าพเจ้าขอยืดอกรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
แม้จะเปลี่ยนผิดให้เป็นถูกไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็จะช่วยไม่ให้เกิดความเสียหายกับภาพลักษณ์ของเธอมากขึ้น
มีวลีภาษาอังกฤษที่โด่งดังมาก จากการที่อดีตประธานาธิบดี แฮรี ทรูแมน ของสหรัฐ เอามาทำเป็นป้ายติดไว้บนโต๊ะทำงาน ใจความว่า The Buck Stops Here ซึ่งมีความหมายว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด จะไม่มีการโยนความผิดไปให้ผู้อื่น
คุณสมบัติของผู้นำที่ดี คือ พร้อมที่จะรับผิด แต่ยินดีที่จะแบ่งปันความดีความชอบ
ประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไป คือ ผู้ที่ถูกศาลสูงสุดตัดสินว่าผิด ก็ต้องถือว่าผิดจริง และไม่ควรได้รับการจัดสรรเวลาออกสื่อสาธารณะเพื่อแก้ตัว หรือเพื่อเรียกร้องขอความเห็นใจ
คำตัดสินของศาลสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด หรือศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเด็ดขาดและเป็นบรรทัดฐานสำหรับการพิจารณาคดีความในอนาคต การได้ออกสื่อเพื่อโต้แย้งจึงรังแต่ทำให้สังคมเกิดความสับสน และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมแต่ประการใด
ในเชิงเปรียบเทียบ ผมนึกถึงฆาตกรฆ่าข่มขืนที่ถูกจับได้และจำนนต่อหลักฐาน ผมเห็นทีวีชอบไปสัมภาษณ์และนำมาออกอากาศ ทำให้ฆาตกรมีโอกาสร้องขอความเห็นใจ เช่น บอกว่าเหยื่อแต่งตัวยั่วยวนไม่มิดชิด ทำให้อดใจไม่ไหว เป็นต้น
ในความเห็นของผม พฤติกรรมดังกล่าวของสื่อ ซึ่งในเชิงธุรกิจอาจเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันเพื่อเรียกเรตติ้ง เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหาย หรือผู้ถูกกระทำที่ไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาตอบโต้
ถ้าผมเป็นศาล ผมจะสั่งห้ามสื่อไม่ให้จัดสรรเวลาให้ผู้กระทำผิด นอกจากนี้ ผมจะสั่งลงโทษผู้ที่ควรรู้กฎหมายที่ออกมาแถลงไม่ยอมรับอำนาจศาล ซึ่งโทษที่สมน้ำสมเนื้อสำหรับนักการเมืองที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ คือ โทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา
ศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่มีอำนาจในการลงโทษผู้ฝ่าฝืนโดยตรง แต่องค์กรอื่นก็น่าจะให้ความร่วมมือดำเนินการแทนได้ เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายในภาพรวม
หากตำรวจละเลยไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาล ผมก็อยากเห็นกองทัพปวารณาตัวไปช่วยติดตามควบคุมตัวมาให้ตำรวจดำเนินคดี
ถามว่าสำหรับกองทัพ การกระทำเช่นนี้ถือว่าอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือไม่
คำตอบของผมคือ ไม่ และประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากเห็นกองทัพในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ถือเป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติและราชบัลลังก์
หากกฎหมายขาดความศักดิ์สิทธิ์ ประเทศชาติจะมั่นคงอยู่ได้อย่างไร
กองทัพมีกรมพระธรรมนูญ ซึ่งน่าจะช่วยให้คำแนะนำได้ว่า การกระทำใดเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
อีกกลุ่มหนึ่งที่กองทัพควรถือเป็นหน้าที่โดยตรงในการไปช่วยไล่ล่าควบคุมตัวมาให้ตำรวจดำเนินคดี คือ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ไม่ควรปล่อยให้คนพวกนี้ลอยนวลและเหิมเกริมซ้ำซากต่อไป
ก่อนจบ อยากจะพูดถึงอนาคตของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ว่า เธอไม่น่าจะมีโอกาสกลับมาทำการใหญ่ตามคำทำนายของหมอดูอีก และอาจหนีไม่พ้นต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลายในต่างประเทศ เพื่อหลบเลี่ยงอาญาแผ่นดินอันเป็นผลพวงของโครงการรับจำนำข้าว
แต่ชีวิตในต่างประเทศของเธออาจจะไม่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนของอดีตนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง เพราะนอกจากอาจจะมีเงินทองสำหรับให้ใช้สอยอย่างฟุ่มเฟือยน้อยกว่าแล้ว บุคลิกส่วนตัวยังอาจไม่ใคร่เหมาะกับการร่อนเร่พเนจรอีกด้วย
ท้ายที่สุด เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนสำหรับทุกคน ไม่ให้หลงระเริงกับอำนาจวาสนาที่มากับตำแหน่งที่ถูกอุปโลกน์ให้เป็น ที่พึงสังวรให้มากคือหน้าที่และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับตำแหน่งนั้นๆ
ลิขิตฟ้าดินอาจจะมีจริง แต่คงไม่ครอบคลุมคดีทุจริตคอร์รัปชั่น







