posttoday
รมต.สิ้นสภาพหวงเก้าอี้ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

รมต.สิ้นสภาพหวงเก้าอี้ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

15 พฤษภาคม 2557

หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกับรัฐมนตรีอีก 9 คน

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมกับรัฐมนตรีอีก 9 คน พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีการใช้อำนาจแทรกแซงการย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ

แม้ว่ายิ่งลักษณ์จะแถลงอำลาพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่เบื้องหลังรัฐบาลก็ยังไม่ยอมแพ้ ได้ให้ฝ่ายกฎหมายส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความคำวินิจฉัยของศาล จะทำให้รัฐมนตรีบางคนต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ เพราะตอนมีมติโยกย้ายถวิลเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่ง แต่ตอนนี้เป็นรัฐมนตรีอีกกระทรวงหนึ่ง จึงไม่น่าจะพ้นจากตำแหน่ง

กรณีดังกล่าวมีทั้งกรณีของยิ่งลักษณ์ที่ตอนอนุมัติเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว แต่ตอนนี้พ่วงตำแหน่ง รมว.กลาโหมด้วย จึงมีการมองกันว่ายิ่งลักษณ์ยังน่าจะเป็น รมว.กลาโหมอยู่ เช่นเดียวกับตำแหน่งของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่อนุมัติโยกย้ายถวิล นั่งเป็น รมว.มหาดไทย แต่ตอนนี้นั่งเป็น รมว.แรงงาน

ขณะเดียวกัน ยังมีตำแหน่งของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่สมัยโยกย้ายนั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ แต่ล่าสุดนั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ดังนั้น ตำแหน่ง รมว.คลังยังน่าจะอยู่

การตีความแบบศรีธนญชัยจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายกฯ และรัฐมนตรีมีความผิดเฉพาะตัวให้พ้นจากตำแหน่ง แต่รัฐบาลเสกมนต์ให้ความผิดเฉพาะตัวเป็นความผิดเฉพาะตำแหน่งเพื่อเกาะเก้าอี้รัฐมนตรีต่อไปทำให้การเมืองตีบตันและเศรษฐกิจจมดิ่งอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ในแง่ของการเมือง การที่ นิวัฒน์ธำรงบุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี อาจไม่มีอำนาจทูลเกล้าฯ ถวายพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่น่าจะทำได้ทันในปีนี้ และมีความเป็นไปได้สูงที่กว่าจะได้รัฐบาลใหม่อาจจะข้ามไปถึงกลางปีหน้า ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ตกปากเหวและปีหน้านอนนิ่งอยู่ก้นเหว

ที่สำคัญตำแหน่งของ รมว.คลัง ที่สร้างความปั่นป่วนกับการทำงานของกระทรวงการคลังแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เดินหน้าไม่ได้ ทำได้แต่มองเศรษฐกิจไทยถอยหลังไปวันๆ เมื่อกิตติรัตน์ยังไม่ยอมทิ้งเก้าอี้ รมว.คลัง โดยขอลาพักงานในตำแหน่งเพื่อรอคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าต้องพ้นจากตำแหน่ง รมว.คลัง หรือไม่ ทั้งๆ ที่หลังจากยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ที่เหลือได้มีการประชุมให้นิวัฒน์ธำรงทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีและดูแลงานแทนกิตติรัตน์ ซึ่งเท่ากับว่ารัฐบาลยอมรับว่าการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญทำให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายถวิลต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

แต่ทว่า กิตติรัตน์ กลับยังดื้ออยู่ในตำแหน่ง ทำให้ข้าราชการกระทรวงการคลังมึน ทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้กระทรวงยังมีรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ และหากว่ามีใครกันแน่ที่เป็น รมว.คลังตอนนี้

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นว่าการที่นิวัฒน์ธำรง มาดูงานของกิตติรัตน์ หมายถึงปฏิบัติหน้าที่รักษาการ รมว.คลังด้วยหรือไม่ ขณะเดียวกันยังมีประเด็นของ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คลัง ใครเป็นผู้มอบหมายทำให้ข้าราชการกระทรวงการคลังอยู่ในภาวะกุมขมับ

ยิ่งกิตติรัตน์ยังไม่ยอมเก็บของจากกระทรวงการคลัง ทำให้ข้าราชการกระทรวงเกร็ง ไม่กล้าไปรายงานกับรัฐมนตรีคลังคนอื่นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ การบริหารเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังต้องหยุดนิ่งและเดินหน้าไม่ได้

ที่สำคัญ การหาเงินมาจ่ายจำนำข้าวที่รัฐบาลยังค้างหนี้ชาวนาอีก 9 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มี รมว.คลังเซ็นอนุมัติ หรือแม้แต่การยืมงบกลางมาใช้หนี้ชาวนาไปพลางๆ ก่อนที่เกินวงเงิน 500 ล้านบาท ก็ต้องใช้อำนาจ รมว.คลัง ในวันที่ไม่มี รมว.คลัง หรือไม่รู้ว่าใครเป็น รมว.คลังตัวจริงเสียงจริง ทำให้การกู้เงินมาจ่ายหนี้ข้าวหยุดนิ่ง ซึ่งนอกจากสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาที่ควรจะได้เงินมา 34 เดือนก่อนหน้านี้แล้ว ยังสะเทือนเศรษฐกิจทำให้การบริโภคชะลอ เศรษฐกิจไทยปีนี้จะหัวทิ่มลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังทำให้งบประมาณปี 2558 ตายสนิท เพราะการที่เป็นรัฐบาลรักษาการแม้ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ แต่ในทางปฏิบัติก็สามารถทำกรอบงบประมาณเตรียมไว้ก่อนได้ เพราะหากได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งก็เดินหน้าอนุมัติได้ทันที แต่หากเป็นรัฐบาลใหม่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้เร็วขึ้น เพราะมีกรอบของรัฐบาลรักษาการที่ทำไว้ก่อน

แต่การที่กระทรวงการคลังยังมึนกับ รมว.คลัง ทำให้งบประมาณปี 2558 ที่ในส่วนของกระทรวงการคลังต้องดูแลการประมาณการรายได้นั้นทำไม่ได้ เพราะไม่มีรัฐมนตรีมากำหนดนโยบายว่านโยบายภาษีปีหน้าควรเป็นอย่างไร และงบประมาณควรขาดดุลเท่าไร เพื่อให้มีเงินเพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้การทำงบปี 2558 มีหวังถูกลากยาว

การที่งบประมาณปี 2558 ล่าช้า ทำให้งบลงทุนจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจอีก 34 แสนล้านบาท ในปลายปีนี้และปีหน้า เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายมองตรงกันว่าเศรษฐกิจปีนี้โคม่าและปีหน้าเผาจริง เพราะขณะนี้มีงบลงทุน 4 แสนกว่าล้านบาท เบิกจ่ายได้เพียง 1.7 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือคาดว่าจะเบิกจ่ายไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีไม่กล้าเซ็น เศรษฐกิจยังโตได้ 12% จากที่ประมาณการไว้เดิม 34% และปีงบ 2558 ไม่มีเงินลงทุนเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะโตได้ 45% จะเหลือมากน้อยขนาดไหน

การขาดตำแหน่ง รมว.คลัง ยังทำให้การบริหารหนี้สาธารณะของประเทศมีปัญหา เพราะ รมว.คลังเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะซึ่งจะต้องมีการเห็นชอบการบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2558 ว่าเป็นการกู้ยืมใหม่เท่าไร และบริหารหนี้เก่าเท่าไร ซึ่งจะต้องไปบรรจุประกบกับการทำงบประมาณปี 2558 หากไม่มีส่วนนี้การทำงบประมาณปี 2558 ก็ทำไม่ได้

นอกจากนี้ รมว.คลังยังต้องเป็นผู้เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งการต่ออายุมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซล การขอใช้งบกลางเพื่อจ่ายคืนรถคันแรกเพิ่มเติม การคงภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% และการขยายเวลาการลดภาษีนิติบุคคลให้เหลือ 20% ไปอีก 1 ปี

แต่วันนี้ตำแหน่ง รมว.คลังของไทยถูกเว้นวรรคเพราะ รมว.คลังที่ควรจะหลุดออกจากตำแหน่งยังหวงเก้าอี้ ความไม่ชัดเจนของการทำงานยิ่งเพิ่มปัญหา ทำให้เงื่อนไขการบริหารเศรษฐกิจยุ่งยาก ลำพังรัฐบาลรักษาการก็มีเงื่อนปมต้องแก้จนไม่หมดแล้ว วันนี้รัฐมนตรียังเกาะเก้าอี้ไม่ยอมปล่อย ทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะสิ้นหวังอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท